Generation ตาสว่าง

Entry นี้เป็นภาคต่อแบบกลายๆ ของให้มันจบที่รุ่นเรานะครับ

จากสถานการณ์ชุมนุม, การใช้ความรุนแรงคุกคามผู้ชุมนุมและ Social Movement ของคนรุ่นใหม่ที่ผ่านมา ผมสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างในตัวพวกเขา

ขณะนี้คนรุ่นใหม่และรุ่นหลังจากนี้อีกหลายรุ่นเกิดอาการ “ตาสว่าง” ที่ชุดความรู้เดิมใช้กับพวกเขาไม่ได้อีกต่อไป พวกเขาผ่านการศึกษาชุดความคิดเดิมอย่างเข้มข้น (เผลอๆ จะเข้มกว่ารุ่นผมด้วยซ้ำ) แต่ว่าเด็กๆ ศึกษาความคิดนั้นด้วยมุมมองใหม่ๆ พวกเขาใฝ่หาข้อมูลที่ไม่เคยได้รับการบอกเล่าเพิ่มเติมด้วยพลังของเทคโนโลยีที่เชื่อมโลกเข้าด้วยกัน พวกเขากล้าถามคำถามที่คนรุ่นก่อนไม่กล้าถามและปฏิเสธที่จะตอบ


รูปประกอบจาก #มิตรสหายท่านหนึ่ง

ชุดความคิดของพวกเขาพลิกฟ้าพลิกดินไปเกินกว่าที่คนรุ่นผมเข้าใจ ที่ผ่านมาคนรุ่นผมย้อนขึ้นไปมักมองเห็นแค่ตัวแปรในสมการทางการเมืองอยู่กี่ตัว ตัวแปรบางตัวอยู่ๆ หายๆ เราก็พยายามแก้วนๆ ตัวแปรเท่าที่เราเห็นอยู่ 88 ปีวนลูปไปเรื่อยๆ แล้วมันก็ไม่ไปไหนเสียที แล้วทุกคนก็เริ่มโหยหาอยากได้สูตรลัดที่ซุกปัญหาไว้ใต้พรมกัน

อาจารย์ธงชัย วินิจจะกูลเขียนอธิบายปัญหานี้ในหนังสือเล่มหนึ่งว่ามันคือปรากฏการณ์ Elephant in the room ซึ่งหมายถึงว่ามันมีอะไรที่ใหญ่โต (ขนาดเท่าช้าง) อยู่ในห้องแต่ทุกคนกลับทำเป็นมองไม่เห็นและไม่พูดถึงช้างตัวนั้น


รูปประกอบจาก #มิตรสหายท่านหนึ่ง

แต่คนรุ่นใหม่ (และอีกหลายรุ่นหลังจากนี้) มองเห็นตัวแปรในสมการการเมืองหลายตัวที่ถูกซ่อนเร้นมานาน พวกเขาก้าวข้ามความเชื่อที่ท่องจำกันมาพร้อมกับช่วยกันเล่าต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากหลายแง่มุม หลาก media เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ในรุ่นเขา (และรุ่นก่อนหน้า) ถูกลบในวันข้างหน้า

นี่ไม่ใช่สิ่งผิดปกติหรือผิดธรรมชาติ มันเป็นเรื่องปกติที่คนแต่ละรุ่นมีมุมมองไม่เหมือนกันตามพลวัตของโลกและสังคมขณะนั้น แต่มันเป็นสิ่งที่สังคมไทยไม่เคยเจอกับปรากฏการณ์ “ตื่นรู้” และตั้งคำถามกับมุมมองเดิมๆ ในระดับ large scale ที่เกิดขึ้นในคนรุ่นใหม่และรุ่นหลังจากนี้อีกหลายรุ่นพร้อมๆ กันแบบนี้ แน่นอนว่าต่อไปในอนาคต ก็ต้องมีคนรุ่นหลังที่มองโลกด้วยมุมมองใหม่กว่าพวกเขาอีกเช่นกัน

สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาขึ้นการปะทะกันทางความคิดของคนที่มีความเห็นต่างกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตยที่ต้องหาสมดุลให้คนที่คิดต่างกันอยู่ร่วมกันได้ ไม่ใช่การประหัตถ์ประหารฆ่ากันแบบที่เคยทำมาหลายครั้งหลายครา


ภาพประกอบจากสำนักข่าว Reuters โดย @soezeya

ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นมาแล้ว และคุณหนีมันไม่พ้นหรอก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.