Fuel Your Career with Passion

วันนี้มีที่บริษัทมี session Fuel Your Career with Passion บรรยายโดย เต๋อ – นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับหนัง/โฆษณาสุดแนวครับ (ฟรีแลนซ์, โฆษณา KBANK ล่าสุดงี้)

ผมขึ้นไปฟังช้าหน่อย โดยรวมก็ได้ฟังเต๋อบรรยายเรื่อง Passion ในการสร้างหนังของเขา, เรื่องวิธีการดีลกับคนในฐานะผู้กำกับที่ต้องใช้ทั้งด้านศิลปะ (เพื่อสร้างหนัง) และการบริหารในการสร้างหนัง, การหาประสบการณ์อื่นๆ ลองอะไรใหม่ๆ เพื่อมาเสริมกับ passion (หรือลองให้รู้ว่ามันไม่เหมาะกับเรา ทำนองนี้)

สรุปคือได้ฟังประสบการณ์, ข้อคิดในการทำงานและการสร้าง skill มากกว่า ไม่ค่อยได้อะไรเกี่ยวกับ “Fuel Your Career with Passion” สักเท่าไหร่หรอก 555 แต่ก็เป็น session ที่ดี เต๋อบรรยายสนุกมากครับ

ก่อนจบมีช่วง Q&A ผมยกมือถามด้วยว่า “เมื่อไหร่เราจะได้เล่น Death Stranding ครับ” ถามปุ๊บทั้งห้องมีคนหัวเราะสองคนคือเต๋อกะอีกคน… ก่อนที่ผมจะได้คำตอบว่า “ผมไม่ใช่ Hideo Kojima ครับ”.. (นี่นึกว่าจะฮากันทั้งห้องนะ มึง บริษัท IT/Dev ทำไมไม่ get มุกนี้กันวะ)

รูปปิด

ป.ล. ส่วนสารคดี BNK48 ที่กำลังจะฉายเต๋อบอกไม่น่าอิจฉาอะไรเลย ไม่ได้จับมือใครด้วย (ฮาาา)

ปัญหาของผม/ปัญหาของลูกค้า #2

ช่วงนี้มีปัญหาของลูกค้าอันนึงที่ผมรู้สึกสนุกที่จะทำมัน เรื่องของเรื่องคือลูกค้าใช้ interface ใหม่ของ api ที่ผม support แล้วติดปัญหามากมาย

โชคดีของผมนิดหน่อยที่ตามคิวงานแล้วเพื่อนของผมเป็นคนดูแลเคส (ปัญหา) นั้น ผมก็เลยใช้เวลาระหว่างรอเพื่อนผมทำเคสนั้นอยู่ ลอง simulate ระบบของลูกค้าเล่นๆ ดูไปพร้อมกันเพราะผมเองก็ยังไม่เคยลอง interface นั้นเลย (มีแต่ dev/qa ที่จีนที่ได้ลอง)

ผมพบว่าผมรู้สึกสนุกกับการพยายาม replicate ปัญหา, การหาว่าทำไมมันใช้งานไม่ได้มากกว่าการ support เคสอื่นๆ เยอะเลย ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะมันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่ผมดูแลมานานตั้งแต่ version 0.1 จนรู้สึกผูกพันกับมัน อีกอย่างคือผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ผมอยากรู้ด้วยตัวเองว่าทำไมมันทำงานไม่ได้โดยที่ไม่มีความกดดันในแง่การเป็นคนถือเคสเข้ามาเกี่ยว (คือไม่ได้โดน push จากลูกค้าตรงๆ)

เดาว่าไอ้ความผูกพันกับไอ้การที่อยากรู้อยากเห็นโดยไม่มีภาระมาเกี่ยว มันทำให้เกิดความรู้สึกว่าเป็น personal itch ที่อยากจะ scratch มากกว่าปัญหาอื่นๆ ของลูกค้าทั่วไป (ตามที่อ้าง quote ของ ESR ใน entry ก่อนหน้ามา)


ปัญหาของผม/ปัญหาของลูกค้า