สะพายกล้องเที่ยวฮอกไกโด #4: พาเที่ยวเมือง Kutchan

ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ เราค้างที่เมือง Noboribetsu คืนเดียว เช้ามาก็แหกขี้ตาตื่นแต่เช้าเพื่อนั่งรถไฟไปเมือง Kutchan ครับ การไปเมืองนี้มีจุด tricky เล็กน้อยตรงที่ต้องเปลี่ยนรถไฟ 2 เที่ยวในเวลาต่างกันประมาณ 10 นาที (วิ่งกันตาแหกอ่ะ)

จริงๆ โรงแรมที่พักมีชุดอาหารเช้าไว้ครับ แต่เราออกก่อนเขาเริ่มเวลา พอไปบอกเขาเขาก็ใจดีจัดชุดอาหารเช้าใส่กล่องมาให้ บริการดีสุดๆ _/\_ ตอนแรกตอนเช้ากะว่าถ้ามีเวลาจะไปออนเซนอีกรอบ แต่ว่าไปไม่ทันจริงๆ แฮะ

พอไปถึงสถานี JR ก็พบว่าเรามาถึงก่อนเวลานานพอที่จะขึ้นรถขบวนที่เร็วขึ้นได้ (ความอำมาตย์ของบัตร JR Pass ก็แบบนี้ ขอเปลี่ยนเที่ยวได้เลย) ก็เลยทำให้เวลาต่อรถเยอะขึ้น สบายๆ ครับ แล้วก็นั่งรถรวมแล้วอีก 3 ชั่วโมงไปเมือง Kutchan

ระหว่างทางเจอฝนตกนิดหน่อย แต่สบายๆ เพราะอยู่ในสถานี


Continue reading “สะพายกล้องเที่ยวฮอกไกโด #4: พาเที่ยวเมือง Kutchan”

BioShock Infinite: Burial at Sea Episode One

BioShock Infinite: Burial at Sea เป็น DLC ตัวที่ 2 ของ BioShock Infinite แต่ว่าเป็น Story DLC ตัวแรก แถมยังประกาศตั้งแต่ด้วยว่า “Episode One” แสดงว่าไม่จบใน DLC เดียวแน่ๆ

DLC นี้จะพาเรากลับไปสู่เมืองใต้น้ำ Rapture จาก BioShock 1 & 2 เรารับบทเป็นนักสืบเอกชนที่มีชื่อว่า DeWitt Booker ที่อยู่ๆ มีหญิงสาวลึกลับนาม Elizabeth มาว่าจ้างให้ตามหาเด็กผู้หญิงคนนึงที่ Booker ก็รู้จักและคิดไปว่าเธอได้ตายไปจากเมืองคนบ้าแห่งนี้ไปแล้ว

ภาคนี้ปรับปรุงระบบต่อสู้ของภาคหลักขึ้นมานิดหน่อยครับ จากที่เก็บอาวุธได้แค่ 2 อย่างก็เก็บได้เต็มที่เลยแต่เลือกสลับเร็วๆ ได้ทีละ 2 อย่างเหมือนเดิม เรามี vigor ซึ่งในเรื่องจะเรียกว่า plasmids ตามมิติของ Rapture ใหม่ขึ้นมา 1 อัน แต่อันเก่าๆ ก็มาไม่ครบ (เสียดาย อีกาอันโปรดผมไม่มาด้วย) ศัตรูในเรื่องก็โหดและกดดันมากขึ้นเพราะเหล่า splicer แม่งก็พวกคนบ้าดีๆ นี่เอง มันเลยโจมตีแรงและหลบเก่งกว่าศัตรูในภาคหลักอย่างเห็นได้ชัด กระสุนปืนและที่เติมพลังรวมถึงเงินก็น้อยสุดๆ เรียกได้ว่ากดดันกันสุดๆ ไปเลยสำหรับ game play โดยเฉพาะฉากเจอกับ Bigdaddy ที่พูดตรงๆ ว่าเจ๋งกว่าสู้กับ boss ทุกตัวในภาคหลักอีก

สิ่งที่ชอบสุดๆ คือบรรยากาศ “ความกดดันอันแสนบ้าคลั่ง” ของ Rapture มันเข้ากับ gameplay ที่จำกัดทรัพยากรและเนื้อเรื่องที่สุดตีนเป็นอย่างดี เล่นๆ ไปจะเจอเครื่องบันทึกเสียงเนื้อเรื่อง side story ให้ฟังเยอะ ซึ่งถ้าตามฟังจนครบเราจะได้รู้อีกว่าคนฝั่ง Rapture ก็รับรู้ตัวตนของคนฝั่ง Columbia เช่นกัน!!!

BioShock Infinite Burial at Sea Episode One Poster

ข้อเสียก็พอมีบ้างครับตรง vigor ก็ยังง่อยๆ เมื่อเทียบกับ plasimd ของแท้อยู่เช่นเดิม พวก sky hook กับรางที่ยัดๆ เข้ามาใส่แบบไม่เนียนเท่าไหร่ แถมบน XBOX ยังมี load ค้างบ่อย (ภาคหลักไม่เป็น) แต่พวกนี้ก็พอจะกล้อมแกล้มไปได้อ่ะนะ

สรุป Burial at Sea Episode One สนุกมากๆ ใครที่เล่น BioShock Infinite จบแล้วแนะนำให้ซื้อภาคนี้มาเล่นกันครับเพราะ Episode 2 จะออกปีนี้แล้ว ^^

เรือด่วนเจ้าพระยา

ปกติผมชอบเที่ยวอะไรที่เป็นน้ำๆ มากกว่าภูเขา และผมชอบนั่งเรือในคลองในแม่น้ำมากกว่าในทะเล

คือบรรพบุรุษทั้งฝั่งพ่อและแม่ของผมล้วนเป็นคนริมคลอง ริมแม่น้ำ (ผมเป็นคนกรุงเทพ generation แรกของบ้าน) สงสัยความรู้สึกผูกพันอะไรบางอย่างสืบมาทางสายเลือด ผมเลยชอบนั่งเรือ ดูบรรยากาศริมน้ำ (ที่แม้จะไม่สวยเท่าไหร่) ฟังเสียงเรือ เสียงคลื่น ได้อย่างมีความสุข

อาทิตย์สองอาทิตย์นี้ลองนั่งเรือเที่ยวดู เจอทั้งสิ่งที่ชอบและอะไรที่ไม่ชอบใจที่เจอกับตัวเองและเห็นคนอื่นเจอ ความรู้สึกว่าถ้าเรือด่วนเจ้าพระยามันพัฒนาตรงเรื่องพวกนี้น่าจะดีขึ้นกว่านี้อีกเยอะเพราะการเดินทางไปเที่ยวหลายๆ ย่านของกรุงเทพไปเรือมันสะดวกกว่ารถมากมายจริงๆ

  • ท่าเรือตอนนี้ส่วนใหญ่อยู่ห่างไกลจากถนนใหญ่มากๆ ป้ายบอกทางก็ไม่มี ส่วนใหญ่เป็นหลืบเป็นซอก หรือต้องเดินทะลุวัด/ตลาด น่าจะทำป้าย/ทำทางเข้าท่าเรือให้ดีให้เห็นชัดเจนกว่านี้
  • น่าจะมีการประกาศให้รู้ว่าท่าที่กำลังจะเทียบมันท่าอะไร เพราะบางทีเราก็นั่งโดยลืมไปว่าเรานั่งธงสีอะไร
  • บางท่าใช้โป๊ะร่วมกันระหว่างเรือที่วิ่งจากนนทบุรี – สาธร และจากสาธร – นนทบุรี (ชัดๆ ก็ท่าราชวงศ์) ที่เรือน่าจะมีบอกไว้ว่าตอนนี้กำลังวิ่งไปทางไหน
  • ธงแดงกับธงส้มแยกกันยากสุดๆ ครับ เปลี่ยนสีดีไหม?
  • ท่าเรือตอนนี้ส่วนใหญ่เก่าและสกปรกสุดๆ ครับ น่าจะปรับปรุงให้มันดูสะอาดขึ้นกว่านี้ได้บ้างนะ

ต่อให้ผมบ่นไอ้ข้อข้างบนๆ นี้ เวลาผมไปแถวๆ ย่านสนามหลวงผมก็ชอบที่จะเลือกไปเรืออยู่ดีล่ะนะ