เรือด่วนเจ้าพระยา

ปกติผมชอบเที่ยวอะไรที่เป็นน้ำๆ มากกว่าภูเขา และผมชอบนั่งเรือในคลองในแม่น้ำมากกว่าในทะเล

คือบรรพบุรุษทั้งฝั่งพ่อและแม่ของผมล้วนเป็นคนริมคลอง ริมแม่น้ำ (ผมเป็นคนกรุงเทพ generation แรกของบ้าน) สงสัยความรู้สึกผูกพันอะไรบางอย่างสืบมาทางสายเลือด ผมเลยชอบนั่งเรือ ดูบรรยากาศริมน้ำ (ที่แม้จะไม่สวยเท่าไหร่) ฟังเสียงเรือ เสียงคลื่น ได้อย่างมีความสุข

อาทิตย์สองอาทิตย์นี้ลองนั่งเรือเที่ยวดู เจอทั้งสิ่งที่ชอบและอะไรที่ไม่ชอบใจที่เจอกับตัวเองและเห็นคนอื่นเจอ ความรู้สึกว่าถ้าเรือด่วนเจ้าพระยามันพัฒนาตรงเรื่องพวกนี้น่าจะดีขึ้นกว่านี้อีกเยอะเพราะการเดินทางไปเที่ยวหลายๆ ย่านของกรุงเทพไปเรือมันสะดวกกว่ารถมากมายจริงๆ

  • ท่าเรือตอนนี้ส่วนใหญ่อยู่ห่างไกลจากถนนใหญ่มากๆ ป้ายบอกทางก็ไม่มี ส่วนใหญ่เป็นหลืบเป็นซอก หรือต้องเดินทะลุวัด/ตลาด น่าจะทำป้าย/ทำทางเข้าท่าเรือให้ดีให้เห็นชัดเจนกว่านี้
  • น่าจะมีการประกาศให้รู้ว่าท่าที่กำลังจะเทียบมันท่าอะไร เพราะบางทีเราก็นั่งโดยลืมไปว่าเรานั่งธงสีอะไร
  • บางท่าใช้โป๊ะร่วมกันระหว่างเรือที่วิ่งจากนนทบุรี – สาธร และจากสาธร – นนทบุรี (ชัดๆ ก็ท่าราชวงศ์) ที่เรือน่าจะมีบอกไว้ว่าตอนนี้กำลังวิ่งไปทางไหน
  • ธงแดงกับธงส้มแยกกันยากสุดๆ ครับ เปลี่ยนสีดีไหม?
  • ท่าเรือตอนนี้ส่วนใหญ่เก่าและสกปรกสุดๆ ครับ น่าจะปรับปรุงให้มันดูสะอาดขึ้นกว่านี้ได้บ้างนะ

ต่อให้ผมบ่นไอ้ข้อข้างบนๆ นี้ เวลาผมไปแถวๆ ย่านสนามหลวงผมก็ชอบที่จะเลือกไปเรืออยู่ดีล่ะนะ

สะพายกล้องเที่ยวดาจีลิง #9.1: Darjeeling 1 Day Trip ตอนที่ 1

Entry ที่แล้วผมพาออกจากรัฐสิกขิมและมาถึงเมืองดาจีลิงล่ะครับ เราแหกขี้ตาตื่นกันแต่เช้ามืดเพื่อที่จะนั่งรถไปชมเทือกเขาหิมาลัยที่จุดชมวิว Tiger Hill


คนเยอะมากกก จริงๆ เยอะกว่าในรูปนี้อีก

พอเดินออกจากโรงแรมปุ๊บฝนแม่งตก แถมรถที่นัด 1 day trip ไว้เสือกมาช้า -*- สุดท้ายคนขับก็เลยต้องซิ่งสุดๆ ในเมืองที่ถนนแคบๆ รถเยอะ ฝนตกสุดตีน แต่ก็พาเราไปถึงได้โดยปลอดภัย พอไปถึงปุ๊บก็เผชิญกับมวลมหาประชาแขกเต็มไปหมด ที่ Tiger Hill นี่ไม่ได้ชมฟรีนะครับ ต้องซื้อตั๋วเข้าไป ซึ่งตั๋วก็มีหลายราคา ถูกสุดก็อยู่แค่ชั้น 1 แพงก็อยู่ชั้น 2 มีที่นั่งสบายๆ วิวสวยๆ ทำนองนี้ แน่นอนว่าพวกผมก็จัดถูกสุดไปยืนเบียดกับแขกซะ

อากาศหนาวมากๆ ลมก็แรงสุดๆ พอเบียดแขกออกไปดูวิวก็พบว่าฟ้าปิดมองไม่เห็นอะไร -*- ดีที่ตั๋วใช้แลกชาได้ฟรี 1 ถ้วย อุ่นดี รอจนพระอาทิตย์ขึ้นก็เห็นแค่รางๆ Orz แต่โชคยังเข้าข้างอยู่บ้างตอนพระอาทิตย์ขึ้นเต็มฟ้า คนเริ่มกลับกัน พวกผมก็ได้เห็นหมอกสวยๆ แทน ^^


รูปนี้ตอนออกไปถ่ายข้างนอก เจอคนไทยด้วย เอาขาตั้งกล้องมาเลย

จุดเด่นของ Tiger Hill คือถ้าโชคดี เราจะได้เห็นทั้งคัญเชงชองก้าและEverest เลย เพราะจุดชมวิวนี้สูงถึง 2590 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเมืองดาจีลิงครับ

ดูจนหมอกจางหมดก็ยังเห็นหิมาลัยไม่ชัด เราก็นั่งรถไปต่อที่วัด Samten Choling Monastery ครับ เป็นวัดเล็กๆ ที่มีของขายหน้าวัดเต็มไปหมด ข้างในถ่ายรูปได้ นักท่องเที่ยวเพียบ


Continue reading “สะพายกล้องเที่ยวดาจีลิง #9.1: Darjeeling 1 Day Trip ตอนที่ 1” →

ขอต้อนรับสู่โลกใหม่ใบเดิมๆ

ก่อนผมเริ่มงานที่นี่ ผมอยู่กระแสโลกพอสมควร คือทำ Java EE, ต่อ db ทำเวบ ใช้ db, framework, java version ทั่วไปที่โลกเขาใช้

ผมเริ่มทำงานที่นี่เมื่อประมาณ 7 หรือ 8 ปีก่อน (น่าจะ 8) กับ Java สายที่ทุกคนอยากลืมคือ Applet สภาพแวดล้อมถือว่าอยู่ในโลก Proprietary เต็มตัว Java ที่ใช้ 2 ปีแรกอยู่บนพื้นฐานของ Java 1.1 และไม่เคยไปไกลกว่านั้น (มีบางอย่างที่ใช้ Java 1.5 แต่ก็แค่ 5% – 10%) มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมลืมกระแสโลก ลืมไปว่าโลกของนอกเขาใช้อะไร เทคโนโลยีต่างๆ ไปถึงไหนแล้ว แม้กระทั่ง Java แบบที่โลกเขาเขียนกันเป็นอย่างไรผมก็ไม่รู้เลย

3 ปีก่อนเจ้า Applet ตัวนั้นตายไป พร้อมๆ กับที่ผมย้ายมาทำงานกับทายาทของมันซึ่งเป็น JavaScript Ajax, XHR (และ WebSocket ในปีที่แล้ว), CSS, CORS อะไรพวกนี้ ผมตื่นเต้นและมีความสุขกับมันมากเพราะมันทำให้ผมได้กลับมาทำงานกับอะไรที่อยู่ในกระแสโลกอีกครั้ง (แม้จะช้ากว่าชาวบ้านเกินกว่า 3 ปี และ 50% ของมันยังอยู่ในโลก Proprietary ใบเดิม)

แต่ความแน่นอนมันก็คือความไม่แน่นอน มันไม่ประสบความสำเร็จด้วยสาเหตุที่ผมไม่รู้จะบอกอย่างไรดี และผลของมันทำให้ต้องกระเด็นกลับไปอยู่ในอีกโลกนึงที่อยู่ข้างกันกับโลกใบเก่า โลกที่เป็น Proprietary เต็มตัว ใช้เทคโนโลยี, framework และ design เก่าๆ ที่ถูกปิดตายจากกระแสโลกอีกครั้ง

ขอต้อนรับสู่โลกใหม่ใบเดิมๆ …