The Matrix Resurrections

The Matrix เป็นหนึ่งในหนัง Action Sci-fi ที่ทรงอิทธิพลต่อวงการ์ภาพยนต์สมัยใหม่มากที่สุดเรื่องหนึ่ง มันนำเอาสิ่งดีๆ ของ Pop Culture อนิเมะญี่ปุ่นมาผสมผสานกับฉาก Action สไตล์ฮ่องกง (ฝีมือหยวนวูปิง) ได้ลงตัวแถมด้วยเนื้อหาวิทยาศาสตร์ผสมปรัชญาที่แปลกใหม่แหวกแนวมาก ถึงไอเดียหลายอย่างจะไม่ได้ Original แต่ The Matrix ภาคแรกนำเสนอทุกอย่างออกมาได้ดูสนุกตื่นตาตื่นใจสุดๆ จุดประกายให้หนังเรื่องอื่นๆ ต่อมามากมาย ส่วนภาคต่อมาอย่าง The Matrix Reloaded กับ The Matrix Revolutions ที่ถึงแม้จะ drop ลงไปบ้างแต่ก็ถือว่าเป็นหนังไตรภาคที่จบสมบูรณ์ในตัวมันเองจนไม่น่าจะมีจุดให้ทำหนังอะไรมาต่อได้แล้ว

แต่อย่างที่เรารู้กันว่าสในยุคที่เฮีย Kenau แก comeback เต็มสูบแถมยังกลับไปทำหนังที่ไม่มีใครคิดว่าจะมีภาคต่ออย่าง Bill & Ted Face the Music ออกมาได้ ดังนั้น The Matrix 4 หรือ The Matrix Resurrections ก็ต้องมาล่ะครับ


ภาพประกอบจาก Twitter @TheMatrixMovie

The Matrix Resurrections เป็นภาคต่อของ The Matrix Revolutions โดยเนื้อเรื่องห่างกันประมาณ 20 ปีครับ เนื้อเรื่องเล่ามากไม่ได้เพราะสปอยเลย (เอาตรงๆ แค่เรื่องย่อก็มีผลแล้ว เหอๆ)

สำหรับผมแล้ว The Matrix 4 เข้าข่ายหนังภาคต่อที่ไม่รู้จะทำออกมาทำไม อารมณ์แบบ Toy Story 4 หรือหนัง The Terminator ภาคต่างๆ ที่ฝีนทำต่อจาก Terminator 2: Judgment Day อ่ะครับ แต่ก็ยังดีที่หนังมันไม่แย่แบบหนังพวกนั้น

สิ่งที่ดีงามที่สุดใน The Matrix 4 คือช่วงองค์แรกที่ทำให้เราตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องใน 3 ภาคแรก ลูกล่อลูกชนที่ทำให้เกือบร้องเหยดออกมาดังๆ ความกวนตีนที่ Lana Wachowski จิกกัดอุตสาหกรรมบันเทิง แซะหนังตัวเอง (รวมถึง Warner Bros.) อย่างแสบสันต์ ซึ่งพอก้าวสู่องค์ถัดไปที่เฉลยเรื่องราวทุกอย่าง ไอ้ความเจ๋งสุดๆ ที่เกือบพลิกทุกอย่างที่เรารู้มามันหายไปหมดล่ะครับ

ในแง่ความความแถเนื้อเรื่องที่เราคิดว่าจบอย่างดีใน Revolutions ผมว่าโอเคนะ คือแถแบบไม่น่าเกลียดไปนัก มีน้ำหนักและประเด็นใหม่ๆ ที่น่าสนใจเยอะอยู่ ในเรื่องความอลังการของงาน Visual, CG, Choreographer – ฉาก Action นี่ก็ทรงๆ ครับ คือไม่มี Wow Factor อะไรแล้วเพราะหนังปัจจุบัน (ซึ่งล้วนได้รับอิทธิพลจาก The Matrix) นั้นไปไกลกว่านี้แล้ว แต่ก็ยังดูเพลินๆ ระเบิดภูเขาเผากระท่อมอยู่ตามมาตราฐานอยู่ ส่วนเนื้อหา Sci-Fi ปรัชญานั้นส่วนตัวชอบในองค์แรกสุดล่ะ หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่นัก

หนังมีความเล่นกับฉากหรือซีนของภาคเก่าๆ อยู่มาก แต่ก็ไม่รู้สึกว่าเหมือนดูหนัง Copy and Paste ภาคเก่าทั้งดุ้นเหมือน Star Wars: The Force Awakens ครับ มันมีการบิดเล็กๆ น้อยๆ ให้เรารู้สึกถึงความต่างและเล่นกับประเด็นของเรื่องได้ดี จุดนี้ต้องขอชม Lana และทีมงานเลย

ในส่วนของนักแสดงนั้นคนที่โดดเด่นที่สุดคือ Jessica Henwick (ที่หลายคนคงคุ้นจาก Iron Fist) กับบทตัวละครใหม่อย่าง Bugs ครับ เด่นทั้งนักแสดงและบทบาทของตัวละครใหม่เลย ส่วนพ่อ Morpheus คนใหม่นี่ถึง Yahya Abdul-Mateen II จะเล่นดี ตีความตัวละครใหม่ได้มีสีสัน แต่ว่าด้วยตัวบทในเรื่องเองทำให้ตัวละครจืดจางมากกกก ส่วนคนที่เล่นสู้คนเก่าไม่ได้เลยก็ Jonathan Groff นี่แหละ สำหรับเฮีย Kenau กับ Carrie-Anne Moss นั้นฝีมือการันตีอยู่แล้วครับ ได้เห็นทั้งคู่มารับบท Neo กับ Trinity ให้หายคิดถึงก็มีความสุขล่ะครับ

สุดท้ายแล้ว The Matrix Resurrections มันไม่ใช่หนังที่แย่ แต่ก็ไม่ใช่หนังที่ดีอะไรขนาดนั้น คือมันมีประเด็นใหม่ๆ ที่น่าสนใจเยอะอยู่แต่หลายอย่างก็ก้าวข้ามสิ่งที่ตัวเองสร้างไว้ไม่ได้เหมือนกัน มันเป็นหนังที่กลางๆ และไม่รู้จะสร้างออกมาทำไม

แต่ในแง่นึง The Matrix Resurrections ก็เป็นหนังที่ดูแล้วหายคิดถึงจักรวาล The Matrix และทำให้เรามีโอกาสย้อนกลับมาทบทวนมรดกที่หนังตระกูลนี้สร้างไว้เหมือนกันครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.