สะพายกล้องเที่ยว KL #2.1

ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ ตื่นเช้ามาผมก็กินอาหารเช้าฟรีที่ hostel ก็เป็นพวกขนมปัง ซีเรียลอะไรทำนองนี้ อ้อตอนเช้ามืดมีคนกลับห้องมานอนด้วยครับ (พี่ไปไหนมาทั้งคืน?)

KL Trip_day4_01

กินเสร็จก็ล้างจาน ขึ้นไปเก็บของแล้วลงมา checkout ครับ แล้วก็ออกไปเที่ยวต่อโดยฝากกระเป๋าไว้ก่อน ช่วงเช้านี้ก็เอาที่ใกล้ๆ ก่อนอย่าง Merdeka Square ที่อยู่ไม่ไกลก่อนครับ

KL Trip_day4_02
Hostel ที่ผมพักครับ สะอาด บริการดี (แต่แพง) เลยล่ะ

KL Trip_day4_05
Jamek Mosque อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟนักครับ

ระหว่างทางเดินผมก็เปิด GPS ไป (จริงๆ ไม่ต้องเปิดก็ได้) แต่ก็เจอว่า GPS ไม่วิ่งเลย เนตก็ไม่วิ่ง สุดท้ายก็ได้ sms มาว่าเนตหมด 100 mb แล้ว -*- หลังจากนี้ผมก็คลำๆ ทางไปโดยอาศัยแค่แผนที่ล่ะครับ จาก Jamek Mosque เดินไปอีกสักนิดก็ถึง Merdeka Square ล่ะ

KL Trip_day4_06
อันนี้เขาว่าเป็นเสาธงที่สูงที่สุดอ่ะนะ

KL Trip_day4_08

Merdeka Square นี่จริงๆ ควรจะมาบ่ายครับ เพราะเช้านี่ย้อนแสงเต็มๆ (ผมก็ลืมไป) แต่วันที่ไปมีกองถ่ายโฆษณาหรือ MV อะไรสักอย่างที่นี่พอดีก็เลยพอทำให้มีอะไรน่าสนใจให้ถ่ายรูปขึ้นมาบ้าง

KL Trip_day4_12

KL Trip_day4_11

KL Trip_day4_10

KL Trip_day4_13
Continue reading “สะพายกล้องเที่ยว KL #2.1”

The Hunger Games: Mockingjay Part 1

ออกตัวก่อนว่าผมเข้าไปดู The Hunger Games: Mockingjay Part 1 ด้วยความไม่คาดหวังมากนักเพราะเพื่อนๆ หลายคนที่ไปดูมาก่อนผมว่าดูสนุกสู้ภาค 2 ไม่ได้ (จริงๆ กลัวออกมาแล้วมีทหารมาจดชื่อมากกว่า ฮาาาา)

สำหรับภาค 3.1 นี่จะต่อจากภาคที่แล้วทันทีครับ คือแคทนิสได้รับการช่วยเหลือจากกลุ่มกบฏและพาเธอมาที่เขต 13 ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏที่จะล้มรัฐบาล The Capitol เธอยอมเป็น The Mockingjay สัญลักษณ์ของกลุ่มกบฏแลกกับการช่วยเหลือพีต้าซึ่งก็ถูก The Capital ใช้งานเป็นสัญลักษณ์ต่อต้านกลุ่มกบฏเช่นกัน

สำหรับผมที่อ่านนิยายจบทั้งสามภาคแล้วผมว่าหนังภาคนี้มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะครับ คือมันไม่ค่อยมี action ไม่ค่อยมีการเอาตัวรอดเท่าไหร่นักซึ่งก็ตรงตามหนังสือที่ครึ่งเรื่องแรกมันก็แบบนี้แหละคือเน้นแต่ propaganda กันไปมา จะไปอัดกันจริงๆ ก็ครึ่งหลังของเล่มซึ่งก็ต้องรอหนังภาค 3.2 ปีหน้าเลยครับ สำหรับนักแสดงอย่าง Jennifer Lawrence และ Josh Hutcherson เล่นดีมากๆ ทั้งคู่ครับ ที่ชอบที่สุดคือในเรื่องยังไม่ตัดแมวของพริมทิ้งนี่แหละ (มันเด่นมากเลยนะในหนังสือ 555)

ข้อเสียที่ร้ายกาจที่สุดของภาคนี้คือมันแทบไม่ได้สื่อเลยว่าเขต 13 นั้น XXX ขนาดไหน (ในหนังสือที่บทแรกแคทนิสก็บ่นๆๆ ให้เราฟังหลายรอบล่ะ) แถมตัวละครสำคัญที่ทำให้รู้ว่าเขต 13 นั้นเป็นอย่างไรก็ดันโดดนตัดไปตั้งแต่หนังภาคแรกซึ่งในหนังก็แก้ให้เอา Effie มาแทนซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เนื้อหาที่หายไปตรงนี้แหละคือใจความสำคัญที่จะปูทางไปสู่บทสรุปของภาค 3.2 ซึ่งก็น่าสนใจเหมือนกันว่าหนังจะทำออกมาอย่างไร

สำหรับคนที่ไม่ได้ดูภาค 2 มาก่อนก็แนะนำให้ไปหาภาค 2 มาดูก่อนครับ แต่ถ้าคุณดูมาแล้วทั้ง 2 ภาคก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ดูภาคนี้นะ