Gravity

Gravity เป็นหนัง Sci Fi Thriller เล่าถึงเรื่องราวง่ายๆ ของนักบินอวกาศ 2 คน ที่กำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ในอวกาศแล้วเกิดอุบัติยานพัง ติดต่อโลกไม่ได้ แถมยังกระเด็นหลุดออกไปจากยานอีกต่างหาก เรื่องง่ายๆ แค่นี้แหละที่ผมเห็นตัวอย่าง แล้วรู้สึกอยากดูขึ้นมาทันที

หนังเรื่องนี้กำกับโดย Alfonso Cuarón ผกก Harry Potter and the Prisoner of Azkaban ซึ่งเป็นหนัง Harry Potter ที่ผมชอบมากที่สุดครับ

Gravity Poster

สนุก, น่ากลัว, สวยงาม, ทรงพลัง, ลุ้นกันหัวใจแทบวาย, ละเอียดอ่อนลึกซึ้งโดยไม่ดราม่า คือนิยามของหนังเรื่องนี้ครับ ทั้งเรื่องมีแต่ฉากที่ร้อง “เหยดด” “เชี่ยยยย” เต็มไปหมด นักแสดงในเรื่องมีแค่ 2 คนคือ Sandra Bullock กับ George Clooney ซึ่งก็เล่นดีมาก ใช้พลังของนักแสดงได้คุ้มค่ามากๆ เพลงประกอบระดับสุดยอด (ขอยกให้เท่ากับ Les Mis เลยละกันแม้ว่ามันจะคนละแนวกัน!) ส่วน 3D ก็อยู่ในระดับพอดีๆ ดูสวยงามเข้ากับเรื่องดี

สรุปแล้วผมชอบเรื่องนี้มากๆ และแนะนำให้ทุกคนไปดูกัน!!!

ป.ล. ชื่อไทยควรเป็น “วันซวยมหาโลกาวินาศ”

ปัญหาในมุมของ Support กับมุมของลูกค้า

2 – 3 อาทิตย์ที่ผ่านมาผมรับ issue server ตัวนึงที่ผมต้องดูแล (โดยไม่ได้ตั้งใจ) สิ่งที่ลูกค้าเจอ server ตัวนั้นไม่ปล่อย data ให้ลูกค้าเจ้านึง ลูกค้าบอกมาด้วยว่า software อีกตัวของบริษัทผมที่ต่อคนละ infrastructure กันเลย มันได้ data นะ

ผมใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ในการค้นพบว่า นอกจากลูกค้าจะ config backend ตัวนึง (ซึ่งเป็น server อีกตัวของบริษัทผม) ผิดนิดหน่อย ไอ้ backend ตัวนั้นยังส่ง data มาช้าไปถึง 15 นาทีหรือบางทีก็ไม่มาเลย เพราะ data source บอกว่าไม่มีข้อมูลนี้ ซึ่งทุกอย่างที่ลูกค้าเจอ ผมก็ replicate ปัญหาได้ใน environment ของผมหมด (เพราะสุดท้ายต้นตอของ data ก็มาจากที่เดียวกัน)

ในอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมพยายามจะบอกลูกค้าว่า server ของผมไม่ผิดอะไร แล้วไอ้ software ตัวนั้นคุณต่อยังไง จนกระทั่งวันนี้ได้ email จากลูกค้าว่า

“กูรู้ว่า server มึงกับ software ตัวนั้นมันไม่เหมือนกัน มึงควรจะหันมาสนใจกูสักทีว่าทำไม backend ของ server มึงไม่ส่ง data มา มึงก็ replicate ปัญหาได้เองนี่ จะคอยถามกูทำไม มึงนี่ไม่พยายามจะเข้าใจกูเลย ” (จริงๆ เป็นภาษาอังกฤษนะ)

อ่านแล้วจุก แต่ก็จริงอย่างที่ลูกค้าว่า เพราะผมมัวเอาแต่สนใจปัญหาว่าที่ server ของผม จนลืมไปว่าสำหรับลูกค้าน่ะเขาไม่มองเจาะเป็นตัวๆ หรอก แต่เขามองรวมๆ ว่า “ระบบของบริษัทนี้มันไม่ส่ง data มา” ความจริงผมเองก็ควรจะส่งเรื่องให้ทีมที่ support backend, data source ไปตั้งนานแล้วว่าทำถึงไม่ส่ง data มา

ในแง่เฉพาะ support product ผม โอเค ผ่าน แตในแง่ support ลูกค้าแล้วถือว่าสอบตกเพราะยังไม่ได้แก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าเลย เอาแต่ปกป้องตัวเองว่าไม่ผิดท่าเดียว ผมควรจะมองปัญหาที่แท้จริงที่ลูกค้าเจอให้ออกว่าคืออะไร (กรณีนี้คือระบบของบริษัทผมมันไม่ส่ง data มา , ไม่ใช่ server ตัวนี้มันไม่ส่ง data)

นี่ก็เป็นอีก 1 บทเรียนที่ผมได้ในปีที่ 11 ของการทำงาน

สะพายกล้องเที่ยวสิกขิม #5: พาเที่ยว Zero Point หุบเขาหิมะแห่งสิกขิม

หลังจากเรามาถึงเมือง Lachung กันแล้ว (ดู blog ก่อนหน้า) วันนี้เราก็ตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะไปเที่ยวZero Point กันครับ แค่ชื่อก็การันตีความหนาวสุดขั้วแล้ว


ตื่นมาก็เจออะไรแบบนี้

เช้านี้ตื่นมาไม่อาบน้ำอะไรเลยครับเพราะมันหนาวมากๆ ล้างหน้า แปรงฟัน แบบเย็นหน้ามากๆ ทากันแดดจบ ก็ออกไปยืนรอติเนชมารับพร้อมคู่แขกเพราะเขาจะไปด้วยกัน (แต่นั่งรถคนละคันนะ)


บ้านพัก


เมี๊ยววว ลูกแมวน่ารักมากกกกกกกกกกกกก ไม่เชื่องเท่าไหร่


แม่แมว (มั้ง)

เนื่องด้วยสิกขิมได้ฉายาว่า “ดินแดนที่ไร้ราบ” (แต่ผมอยากเรียกมันว่าดินแดนแห่ง permit มากกว่า) สงสัยกันมั้ยว่าเขาจอดรถกันยังไง … เขาก็จอดตามปกติแล้วหาหินมารองกันทุกคันครับ

พอทุกคนมาครบตอน 6.30 ก็นั่งรถไปกัน นั่งกันไปแบบงงๆ ง่วงๆ ไปถึงจุดพักก่อนขึ้น Zero Point ซึ่งก็เป็นที่เที่ยวอีกที่ที่ชื่อ Yumthangก็แวะกินข้าวเช้าเป็นขนมปังนึ่งทาเนย ผิงไฟกันที่นี่ ที่นี่พิเศษหน่อยตรงที่ต้องเปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าบู๊ตสำหรับลุยหิมะครับ ก็ฝากรองเท้าไว้เลยเพราะร้านที่กินกะที่เปลี่ยนรองเท้าเป็นร้านของน้องสาวติเนชเอง สบายๆ

ระหว่างนั่งรอ เพื่อนผมคนนึงออกไปถามข้างนอกว่าห้องน้ำไปทางไหน คำตอบที่ได้คือ “Toilet is in the forest” พร้อมกับผายมือไปทางป่า … แล้วมันก็หายไปนานเลย กลับมาได้ความว่ามันแอบไปเข้าห้องน้ำ resort แห่งเดียวแถวนั้นมา เพราะเข้าป่าแล้วเจอกับระเบิดเยอะมากๆ เพราะที่นี่คนมหาศาลเลยทีเดียว

พอกินอิ่ม เปลี่ยนรองเท้ากันครบ ก็นั่งรถต่อไป Zero Point กันนน ยิ่งเข้าใกล้ Zero Point คนยิ่งเยอะ รถจอดกันยาวมากๆ ทางก็ชัน จนติเนชก็ปล่อยเราลงก่อนแล้วขับรถแทรกฝูงชนไปรอกับคนขับรถคนอื่นครับ ส่วนพวกเรานี่เห็นภูเขาหิมะอยู่ตรงหน้าก็ตื่นเต้นโคตรๆ จนอยากจะวิ่งใส่กันตอนนั้นเลยทีเดียว


Continue reading “สะพายกล้องเที่ยวสิกขิม #5: พาเที่ยว Zero Point หุบเขาหิมะแห่งสิกขิม”