IU:The Red Shoes vs Kahi:It’s ME vs T-ara:Number 9

ออกมาไล่ๆ กัน 2 คน + 1 วงเลยจับรวบเขียนทีเดียวกันเลยนะครับ

เริ่มต้นที่สาวน้อย IU (ที่ผมจำได้ว่าเคยใส่แว่นเล่นกีตาร์นี่หว่า) กลับมาในลุคใหม่ หัวทองๆ sexy มากขึ้น อวบขึ้นนิดหน่อยอย่างเห็นได้ชัดกับเพลง The Red Shoes จากอัลบั้มเต็มที่ 3 ของเธอ Modern Times ครับ

MV เจ๋งดีแบบงงๆ เช่นเคย (และยาวมากเพราะมี end credit) เพลงก็เพราะดี ออกแนวย้อนยุคหน่อยๆ IU ลุคใหม่นี่บอกตรงๆ ว่ายังไม่ชินเท่าไหร่ครับ (ชอบตอนใส่แว่นหรือแนวๆ You & I มากกว่า) เพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังแล้วอยากรู้เลยครับว่า live จะเป็นยังไง

มาต่อกันที่ Kahi อดีตแม่ย่านางแห่ง After School ที่จบการศึกษาไปเมื่อปีที่แล้ว และได้ฤกษ์ออก mini album ที่ 2 ของตัวเองกับเพลง It’s ME

ตัวเพลงออกแนวแปลกๆ เช่นเดียวกับของ IU ครับ แต่ติดหูยากกว่า ตัว Kahi เองนั้น ความสวย เท่ sexy แบบเนี๊ยบๆ และการเต้นยังคงสุดยอดเช่นเคย (หุ่นดีมว๊ากกกกกกกกกกก) ส่วนตัวแล้วชอบตรงเพลงนี้ฉีกจากเพลงอื่นๆ ที่เธอเองเคยร้องมาดีครับ

ปิดท้ายที่ T-ara ที่ comeback แบบ classic line up 6 คนดั้งเดิมอีกครั้งหลังจากอารีมออกจากวงแบบกระทันหันชนิดช็อคแฟนๆ กันไปตามกัน อ้อ ช่วงนี้ Qri เป็นลีดเดอร์ของวงแล้วนะครับ ^^

ดูแล้วรู้สึกว่า MV เป็น MV ที่ธรรมดาที่สุด สั้นที่สุดของ T-ara แล้ว เพราะปกติ MV T-ara มีแต่อลังๆ เป็น Drama version ที่ยาวโคตรๆ ทั้งนั้น ตัวเพลงฟังสนุก ติดหูง่ายที่สุดใน 3 เพลงที่ผมเขียนถึงแล้วครับ สาวๆ สวยเหมือนเดิมโดยเฉพาะน้องจีที่เป็นสาวขึ้นมาก ส่วนขวัญใจผมอย่างอึนจองก็สวยแบบ Liv Tyler เช่นเดิม ^^ (คงเข้าใจนะ :p) ส่วนตัวแล้วผมชอบเพลงนี้เพราะมันฟังง่ายดีครับ

ช่วงเดือนนี้ระดับตัวแม่ชนกันแบบนี้ คนที่ไล่ตามดูและเก็บก็เหนื่อยกันหน่อยนะครับ อิๆ

My favorite camera ads

Update 2022: หาโฆษณา Lumix ไม่เจอแล้วจ้า

ยอมรับว่าโฆษณากล้องที่ผ่านตาผมบ่อยมากที่สุดในช่วงนี้คือโฆษณากล้อง Olympus ซึ่งผมดูแล้วเฉยๆ สุดๆ ดูแล้วนอกจากจะบอกว่า “ถือกูแล้วหล่อ” แล้วก็ไม่มีอะไรเลย เลยมานึกถึงโฆษณากล้องที่ดูแล้วชอบๆ ก็เลือกมาได้ 3 ตัวครับ


ตัวแรก Nikon


ตัวที่สอง Canon 60D

ทั้ง 3 ตัวมีสิ่งที่เหมือนกันเน้นที่ความสุข ทั้งความสุขที่ได้ออกไปเที่ยว, ความสุขที่ได้ถ่ายรูปคนที่เรารัก, ความสุขที่ได้ถ่ายรูป โดยมีกล้องเป็นส่วนประกอบเล็กๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น

ดูแล้วอยากออกไปถ่ายรูปแฮะ

ปัญหาในมุมของ Support กับมุมของลูกค้า #บทเรียนที่ 2

ต่อจากentry เมื่อวาน วันนี้ผมกลับมานั่ง review สิ่งที่ผมทำ นั่งคุยกับ backend/data team แล้วรู้สึกตะหงิดๆ เลยลอง replicate ปัญหาใหม่แล้วมานั่งไล่ log ที่มองข้ามไปดูอีกที

เมื่อผมลองไล่ log การคุยกันระหว่าง server ของผมกับ backend ดีๆ แล้ว ผมพบว่าปัญหาเรื่อง backend มันส่ง data มาช้าหรือไม่ส่งมานั้นจริงๆ มันมีจำนวนน้อยมาก ไอ้ที่เยอะจริงๆ คือ server ของผมเองต่างหากที่ขอ request ขึ้นไปผิดเองก็เลยไม่มี data ส่งลงไปให้ลูกค้า …. (ปัญหานี้แก้ไขแล้วใน version ล่าสุด – ลูกค้าใช้ version เก่ากว่า 1 ver)

เรื่องนี้ก็ให้บทเรียนผมอีกครั้งนึงว่าให้ดูของตัวเองให้ดีๆ ก่อนที่จะไปโทษคนอื่น ผมนี่ยอมรับเลยว่าพอเจอเรื่อง backend ส่ง data ช้า/ไม่ส่งไปทีสองทีผมก็ปักใจเชื่อเลยว่ามันต้องเป็นปัญหา backend 100% แน่นอน ลืมที่จะดูตัวเองก่อนเลย

ป.ล. 1 ผมเคยได้บทเรียนนี้มาแล้วเมื่อสัก 4 ปีก่อน แล้วก็พลาดเองที่ลืมไปแล้ว
ป.ล. 2 แนะนำให้อ่าน The First Rule of Programming: It’s Always Your Fault ครับ เพื่อความกระจ่างในเรื่องนี้มากขึ้น