Maleficent

Maleficent เป็นหนังที่ตีความเทพนิยายใหม่แบบที่เคยเป็นกระแสเมื่อปีที่แล้ว (ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็ก) รอบนี้ Disney หยิบตัววายร้ายระดับ classic อย่าง Maleficent จากเรื่อง Sleeping Bauty อันโด่งดังของตัวเองมาตีความใหม่ครับ

Maleficent poster

หนังเรื่องนี้เล่าเนื้อเรื่องไม่ได้ครับ สปอยเต็มๆ แนะนำให้ไปดูในโรงเลยดีกว่า หนังสนุกมากกก Disney ตีความใหม่ได้ดีเลิศกว่าไอ้หนังเทพนิยายตีความใหม่เรื่องอื่นๆ ที่ผ่านมาทั้งหมด เนื้อเรื่องทันสมัย ตลก มีประเด็นที่ดูแล้วต้องย้อนมาดูตัวเองเยอะเลยครับ น้อง Elle Fanning ที่เล่นเป็นเจ้าหญิง Aurora น่ารักม๊ากกกกกกกกกกกกก แต่ก็เกือบดับเมื่อเจอรัศมีนางพญาของ Angelina Jolie เข้าไปเพราะเธอเล่นดีมากกกกกกกกกกกจนทำให้เราอินไปกับเธอได้ง่ายๆ เลย

ข้อเสียก็พอจะมีบ้างคือเราหวังว่าหนังมันจะดาร์คไปให้สุดทางกว่านี้ แต่ก็เข้าใจได้ว่าเพราะมันเป็นหนัง Disney มันก็ดาร์คได้แค่นี้แหละ

สรุป Maleficent สนุกโฮกๆ

สะพานกล้องเที่ยวลาว #4.2: พาเที่ยวเวียงจันทน์ตอนที่ 2

ต่อจาก ตอนที่แล้วนะครับ หลังจากหมดโปรแกรมทัวร์วัดลุงคนขับตุ๊กๆ ก็พาเราไปสถานที่อื่นๆ ที่ถือว่า “ห้ามพลาด” ของเวียงจันทน์ โดยเราบึ่งไปที่พระธาตุหลวงก่อนครับ กลัวจะปิดก่อน

พระธาตุหลวง หรือ พระเจดีย์โลกะจุฬามณีถือเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองเวียงจันทน์เลยครับ (มีรูปอยู่ในตราแผ่นดินของลาวเลยทีเดียว) พระธาตุนี้สร้างมาพร้อมๆกับเมืองนครเวียงจันทน์ตั้งแต่โบราณ พ.ศ. 238 โน่นเลย


เจอคู่บ่าวสาวชาวลาวมาถ่าย pre-wedding ด้วย

พระธาตุหลวงที่เราเห็นอยู่นี่จริงๆ เป็นองค์ที่รับการบูรณะขึ้นใหม่ครับ องค์เดิมถูกกองทัพสยามทำลายไปตั้งแต่คราวเผาเวียงจันทน์ในสมัย ร.3 ตัววัดนี่ต่อให้ไม่นับองค์พระธาตุก็ใหญ่โคตรๆ ครับ จากทางเข้าเดินไกลโขอยู่กว่าจะถึงพระธาตุทั้งๆ ที่เห็นอยู่ลิบๆ คนเยอะเลยทั้งๆ ที่เราไปกันตอนเย็นๆ แล้ว


วิหารข้างๆ อลังการพอกัน แต่ด้านในผมเฉยๆ นะ


ไอติม อร่อยดี เย็นๆ
Continue reading “สะพานกล้องเที่ยวลาว #4.2: พาเที่ยวเวียงจันทน์ตอนที่ 2”

The Raid 2: Berandal

The Raid 2: Berandal เป็นภาคต่อของหนัง action สัญชาติอินโดนีเซียที่โคตรมันสสสสสสส์อย่าง The Raid: Redemption (ผมรีวิวไว้ที่ exteen.com) มันเป็นหนึ่งในหนังที่ผมตั้งตารอมากที่สุดของปีนี้เลยครับ

The Raid 2: Berandal

The Raid 2 เล่าเรื่องราวต่อจากภาคแรกครับ เพื่อที่จะหนีการเชคบิลจากวีรกรรมในภาคแรก+กำจัดเหล่าแกงค์มาเฟียที่ครองเมืองอยู่ไปพร้อมๆ กันพระเอกเราเลยต้องแฝงตัวเข้าไปอยู่ในแกงค์มาเฟียเพื่อสืบหาหลักฐานเอาผิดที่จะโยงไปยังตำรวจที่รับสินบนจากแกงค์นี้ได้

The Raid 2 นั้นขยายเรื่องราวจาก “เรื่องเล็กๆ ที่แคบๆ” ในภาคแรกไปเป็นแนวๆ The Godfather หรือ The Infernal Affairs ที่มีฉากต่อสู้มือเปล่าสุดมันส์+ฉากยิงกันระห่ำเมืองสุดๆ แทน ซึ่งตรงนี้ต้องขอชมว่ามันไม่ได้ทำตัวหนังสนุกน้อยลงเลยครับ มีหลุดบ้างนิดหน่อยแต่โดยรวมและบทแน่นกว่าเดิมเยอะโดยที่ฉาก action ไม่ได้น้อยลงเลย ฉากต่อสู้ในเรื่องไม่ว่าจะเป็นมือเปล่าหรือใช้อาวุธเจ๋งขึ้น, หลากหลายขึ้นและรุนแรงขึ้นเยอะ ตัวร้ายก็ดูมีสีสันมากขึ้น เนื้อเรื่องก็หดหู่สุดๆ ครับ

ข้อด้อยของภาคนี้ก็มีบ้างครับ อย่างเรื่องบรรยากาศกดดันที่มีในภาคแรกหายไปเยอะ (เพราะเนื้อเรื่อง+พื้นที่เปิด) และฉาก Boss Fight ที่ผมว่าแม้จะเจ๋งดีแต่ก็สู้ภาคแรกไม่ได้อยู่ดี อันสู้กับ Mad Dog ในภาคแรกนั้นทั้งเจ๋งทั้ง Epic สุดๆ กว่านี้ครับ ข้อเสียสุดท้ายที่คิดว่าเป็นเฉพาะในไทยคือภาคนี้ฉายแต่พากษ์ไทยโดนพันธมิตรครับ ซึ่งพี่แกยังคงสไตล์เดิมคือพยายามจะแทรกมุขตลกแบบไม่ดูห่าเหวอะไรเลยเหมือนเดิม พยายามจะตลกในหนังจริงจังแม่งทุกฉากจนเสียอารมณ์เลย อ้อ ในแง่ที่จะเทียบชั้น The Godfather หรือ The Infernal Affairs ผมว่ายังเทียบไม่ได้นะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เป็นข้อด้อยอะไร

สรุป The Raid 2: Berandal สนุกโคตรๆ มันส์โคตรๆ มันคือหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ปรัญชา ปิ่นแก้ว, พันนาและจา พนมควรไปดูซ้ำสัก 4 – 5 รอบเพื่อให้รู้เพื่อนบ้านเค้าไปไหนกันแล้ววว