เมื่อวันที่ 23 ถึง 25 มกราคมที่ผ่านมา ผมไปเที่ยวสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (จะเรียกพม่าละกัน) ไปแม่ผมมาครับ ก็ไปกับทัวร์กัน 2 คนเพราะว่าทริป 3 วันสองคืนนี้เน้นไหว้พระในเมืองย่างกุ้งและหงสาวดีแต่พ่อผมแกอยากไปเมืองพุกามกับมัณฑะเลย์มากกว่า
Category: Photography
บันทึกการย้ายจากกล้อง DX ไป FX (และ D610+AF-S 24-120 f/4)
เมื่อเดือนก่อนพ่อผมเปลี่ยนกล้องจาก Nikon D80 ซึ่งเป็นกล้องแบบ APS-C ไปเป็น Nikon D610 ซึ่งเป็นกล้องแบบ Full-frame
พ่อผมแกซื้อมาแต่ Body โดยไม่เอาเลนส์ AF-S NIKKOR 24-85 mm f/3.5-4.5G ED VR เพราะว่าช่วงมันสั้นไปเมื่อเทียบกับ Tamron 18-300 ที่แกชอบบน D80 แน่นอนว่าเมื่อพ่อผมซื้อ Body กล้องแล้วก็ต้องเป็นหน้าที่ของผมที่ซื้อเลนส์ให้พ่อ เลนส์อื่นๆ ที่บ้านเรามีทั้งหมดก็เป็น DX เลนส์ทั้งนั้น เลนส์ตัวแรกที่ผมหามาคือ AF-S NIKKOR 50mm f/1.8Gและตัวที่สองคือ AF-S NIKKOR 24-120mm f/4G ED VR จากชุดคิทของ D750 ที่มีคนปล่อยมาในราคาครึ่งเดียวครับ พอหาซื้อเลนส์ให้พ่อได้ผมก็มีโอกาสได้เอากล้องและเลนส์ชุดนี้ไปเที่ยวพม่าแบบไปกับทัวร์มา 3 วัน ก็เลยจะบันทึกประสบการณ์ในการย้ายจากระบบ DX (APS-C) ไปเป็น FX และการความรู้สึกที่มีต่อระบบนี้ตอนไปเที่ยวนะครับ
ป.ล. จะใช้คำว่า DX, FX แทน APS-C และ Full-frame นะ
- คุณภาพ file จากกล้องและเลนส์ดีจริงครับ ยอมรับเลย
- สำหรับเลนส์ Fix นั้นราคาและน้ำหนักเลนส์ของ DX กับ FX ผมว่าไม่ต่างกันนัก (เทียบกับ 35 f/1.8 DX) แต่ขนาดของเลนส์ต่างกันอย่างมีนัยะสำคัญ มันทำให้ผมรู้สึกลำบากบ้างเหมือนกันในตอนที่จัดกระเป๋าหรือตอนจะหยิบออกมาใช้ เรื่องมือหนึ่งมือสองนี่หาง่ายไม่ต่างกัน
- ส่วนเลนส์ Normal Zoom นี่ทั้งราคา, น้ำหนักและขนาดของเลนส์กระโดดขึ้นไปเยอะเลยครับเมื่อเทียบกับ DX ผมยังรู้สึกด้วยว่าหามือสองลำบากกว่า DX เยอะ
- พวก 28-300 ของ Nikon หรือ Tamron นี่ผมไม่เอาเลยเพราะราคามันแพงมาก (เมื่อเทียบกับ 24-120 ราคาครึ่งนึง) , กระโดดไปจาก 18-300 ของ DX เป็นเท่าตัวเหมือน Normal Zoom แถมยังหามือสองไม่ได้เลย
- ตัวกล้อง FX หนักกว่า DX ไม่เท่าไหร่ครับแต่ขนาดใหญ่กว่ากันเยอะอยู่
- ทั้งกล้องและเลนส์ 24-120 หนักรวมกัน 1.5 กิโล มันหนักและใหญ่มากๆ จนรู้สึกว่าเป็นภาระในการเที่ยวแม้จะเป็นการไปกับทัวร์ก็ตาม
- ระยะ 24-120 กำลังโอเคสำหรับการเที่ยวทั่วๆ ไป ส่วน F4 นั้นละหลายหลังพอได้แต่เจอที่แสงน้อยเข้าไปหลายๆ ช๊อตก็เอาไม่อยู่เหมือนกัน
- รู้สึกว่าแบตเตอรี่จะอึดน้อยลงกว่า dslr ยุคก่อน (2 วันต่อถ่าน 1 ก้อน แต่ก่อนเผลอๆ ได้ถึง 3)
- D610 เจอที่มืดๆ เข้าไปก็โฟกัสไม่ค่อยจะเข้าเยอะเลยแม้จะใช้จุดโฟกัสตรงกลาง
- รู้สึกว่าภาพจากจอ D610 ดูแล้วมัวๆ ต้องซูมตลอดถึงจะเห็นว่าภาพมันชัด
- กระเป๋ากล้องที่มีอยู่ส่วนใหญ่ใส่ไม่ได้นะครับ ยัดปุ๊บแม่งแน่นจนเต็มปั๊บ
สรุป: การย้ายจากกล้องและเลนส์แบบ DX ไปเป็น Full-frame นั้นผมรู้สึกว่าใช้ต้นทุนสูงมากทั้งค่า Body กล้องและค่าเลนส์ FX ใหม่ทั้งหมด ในความรู้สึกผมมันไม่ต่างจากย้ายค่ายเท่าไหร่เลยครับ ซ้ำทั้งกล้องและเลนส์ยังใหญ่และหนักขึ้นเยอะเลยด้วย ส่วนเจ้า D610+AF-S 24-120 f/4 นี่เป็นชุดที่ให้คุณภาพสูงมากแต่เที่ยวไกลๆ รอบหน้าคงไม่เอามันไปอีกแล้วล่ะ แม่งหนักฉิบหาย
สะพายกล้องเที่ยวจีนตอนที่ 2: พาเที่ยวทุ่งหญ้าฮุ่ยเจ๋อ
ต่อจากตอนที่แล้ว พวกเราตื่นกันแต่เช้า ล้างหน้า แปรงฟันโดยไม่ได้อาบน้ำเพราะมันหนาวมากแถมยังเสียเวลารอน้ำอุ่นอีกต่างหาก มองจากหน้าต่างโรงแรมออกไปเห็นสวนสาธารณะแล้วมีเหรียญกลมใหญ่ๆ อยู่คร่อมสะพานพอดี ก็ดูแปลกดีครับ
เก็บของเสร็จก็ลงมา ลุงคนขับรถที่นัดแนะกันตั้งแต่เมื่อคืนมารออยู่แล้วพอดีก็ checkout แล้วขนของขึ้นรถแกเลย แกขับออกไปแล้วก็หันมาทำท่ากินข้าวแบบถามว่าจะกินข้าวไหมพวกเราก็บอกว่าโอเค แกก็ขับพาไปร้านบะหมี่ร้านนึง
วิธีสั่งก็ง่ายๆ ร้านมีเมนูเป็นรูปใหญ่ๆ แล้วมีรหัสบอกอยู่ เราก็เดินไปชี้ๆ จ่ายเงิน รับคิวแล้วก็มานั่งรอที่โต๊ะ บนโต๊ะมีเครื่องปรุงอยู่ ก็พวกกระเทียม เกลือ ผักโรย ที่เด็ดสุดคือมีผงชูรสให้ใส่เพิ่มด้วยครับ -*-
รอสักพักบะหมี่ก็ทะยอยมาครับ ผมสั่งบะหมี่เห็ด ตอนแรกนึกว่ามีแต่เส้นกับเห็ดแต่ปรากฏว่ามีหมูสับซ่อนอยู่ข้างล่าง ก็มันๆ เลี่ยนๆ เผ็ดๆ ผมกินเส้นกับหมูหมด แต่ซดน้ำหมดไม่ไหวแฮะ เลี่ยนเกิ๊น อุปกรณ์การกินเขาให้มาแต่ตะเกียบนะครับ พอผมหยิบเอาช้อนกินนมถั่วเหลืองมาตักน้ำซดเท่านั้นแหละ หันมามองกันทั้งร้านเลย…
กินเสร็จก็นั่งรถออกไปทุ่งหญ้าฮุ่ยเจ๋อ (Da Haichao Shan – หา link กับชื่อจีนไม่เจอจริงๆ ครับ) กันครับ มีวนไปสวนสาธารณะข้างๆ โรงแรมก่อนด้วยนิดนึง ก็นึกว่าแกจะจอดให้ลงไปดู แต่ที่ไหนได้แกขับเลยไปเลยแฮะ
บนรถลุงแก (ซึ่งรถเหมาในจีนรวมถึง taxi ด้วย) มี GPS เสร็จสรรพแถมแกยังเปิด vdo สอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กวนไปวนมาอีกต่างหาก ตอนนั้นก็เลยได้คำจีนหลายคำเลย (ซึ่งก็ลืมในวันถัดไป) จากเมืองฮุ่ยเจ๋อไปทุ่งหญ้าฮุ่ยเจ๋อไกลพอดูครับ ขึ้นเขาเกือบตลอดทางเลยแถมหมอกยังลงจัดอีก
แกขับรถยิงยาวไม่จอดแวะให้ถ่ายรูปเลยครับ (หรือเราไม่ได้บอกแกวะ) วิวข้างทางก็สวยมากๆ เป็นภูเขาอลังๆ สลับกับทุ่งนาขั้นบันได สักพักแกก็จอดแอบๆ ให้พวกเราจุดนึง พวกผมนี่ถ่ายรูปกันลืมตายเลย แม่งสวยจริงๆ

Continue reading “สะพายกล้องเที่ยวจีนตอนที่ 2: พาเที่ยวทุ่งหญ้าฮุ่ยเจ๋อ”










