The Irishman

The Irishman (Wiki) เป็นหนังอาชญากรรมที่สร้างจากนิยายเรื่อง I Heard You Paint Houses มันเป็นหนังที่กำกับโดย Martin Scorsese ผู้กำกับระดับปรมาจารย์พร้อมด้วยนักแสดงระดับครูอย่าง Robert De Niro, Al Pacino และ Joe Pesci ครับ ความพิเศษอีกอย่างคือมันเป็นหนังที่ Netflix ออกทุนสร้างให้เพื่อหวังส่งงานประกวดต่างๆ ต่อจาก Roma เมื่อปีที่แล้ว


ภาพประกอบจาก imdb

หนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงของสังคมและการเมืองอเมริกาในช่วงยุค 50-80 ผ่านชีวิตของFrank Sheeran (แสดงโดย De Niro) ทหารผ่านศึกผู้เริ่มต้นจากการเป็นคนขับรถบรรทุกจนกระทั่งไปยุ่งเกี่ยวกับมาเฟียตระกูล Bufalino ที่นำโดย Russell Bufalino (แสดงโดย Joe Pesci) หลักจากนั้นเขาก็ได้ดิบได้ดีจนได้ทำงานตำแหน่งระดับสูงของสหภาพแรงงานภายใต้การนำของ Jimmy Hoffa (แสดงโดย Al Pacino) แต่อย่างที่เรารู้กันว่าวงการนี้เข้าแล้วก็เหมือนขี่บนหลังเสือมันไ่ม่มีทางลงง่ายๆ และสวยงามหรอกครับ

นิยามที่ผมให้หนังเรื่องนี้คือ “The Godfather ของศตวรรษที่ 21″ ครับ มันยอดเยี่ยมระดับเดียวกันทั้งในทุกแง่มุมเลย (เทียบเท่าทั้ง ภาคหนึ่งและภาคสอง) หนังเดินเรื่องเรื่อยๆ เนิบๆ ไม่โฉ่งฉ่าง หรือมีแอคชั่นยิงกันตูมตามอะไรแต่ทำให้เราติดพันได้ตลอดความยาว 3 ชั่วโมงครึ่ง ยิ่งพอรู้ว่าหนังอิงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงทำให้ดูสนุกขึ้นไปอีก

ทั้งบท, บรรยากาศ, คุณภาพงานสร้างและฝีมืออันเฉียบขาดของนักแสดงทำให้เราอิน เราดำดิ่งไปกับ Frank Sheeran, Russell Bufalino และ Jimmy Hoffa นักแสดงทุกท่านแสดงได้สมบทบาทมากจริงๆ เราจะได้เห็นชีวิตของ Frank ตั้งแต่จุดเริ่มต้น, ทางที่เขาเลือก, ความขัดแย้งในใจที่ Frank ต้องเผชิญจนไปถึงบทสรุป ที่ต่างจาก The Godfather คือหนังถ่ายทอดสังคมมาเฟีย จากแง่มุมของสมาชิกระดับปฏิบัติการไม่ใช่สมาชิกระดับหัวหน้าครอบครัวและอีกอย่างคือเราจะเห็นความเกี่ยวโยงของสังคมมาเฟียกับเรื่องการเมืองซึ่งส่งผลต่อประชาชนทั้งในระดับเล็กๆ จนไปถึงระดับประเทศเลยทีเดียว

อีกจุดเล็กๆ ที่ชอบคือหนังใช้เทคโนโลยี CG ลดอายุให้นักแสดงทุกท่านในฉากวัยหนุ่มและจะค่อยๆ ปรับไปจนกระทั่งแก่ตามอายุในเรื่องครับ คือมันเนียนละเอียดมากและทำให้เราเห็นความต่อเนื่องของนักแสดงดี

ข้อเสียเดียวของเรื่องนี้ก็เหมือน The Godfather คือมันยาวมากกกกก คือ 3 ชั่วโมงครึ่งนี่เอาเราอยู่ตลอดก็จริง แต่การดูหนังยาวขนาดนี้ใน TV (หรือคอม/มือถือ) ที่บ้านมันเสียสมาธิง่ายมาก ผมเองยังต้องแบ่งดู 3 ช่วงเพราะต้องพักไปกินข้าวไปทำธุระ (แต่กลับมาต่อติดนะ) คือหนังมันสมควรจะดูในโรงภาพยนต์จริงๆ

สรุปคือหนังโคตรรรรดี แนะนำให้หาเวลาดีๆ แล้วนั่งดูหน้าจอ TV แบบ 3 ชั่วโมงรวดเพื่ออรรถรสสูงสุดครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.