สะพายกล้องเที่ยวดาจีลิง #9.1: Darjeeling 1 Day Trip ตอนที่ 1

Entry ที่แล้วผมพาออกจากรัฐสิกขิมและมาถึงเมืองดาจีลิงล่ะครับ เราแหกขี้ตาตื่นกันแต่เช้ามืดเพื่อที่จะนั่งรถไปชมเทือกเขาหิมาลัยที่จุดชมวิว Tiger Hill

india_sikkim_day9_01
คนเยอะมากกก จริงๆ เยอะกว่าในรูปนี้อีก

india_sikkim_day9_04

พอเดินออกจากโรงแรมปุ๊บฝนแม่งตก แถมรถที่นัด 1 day trip ไว้เสือกมาช้า -*- สุดท้ายคนขับก็เลยต้องซิ่งสุดๆ ในเมืองที่ถนนแคบๆ รถเยอะ ฝนตกสุดตีน แต่ก็พาเราไปถึงได้โดยปลอดภัย พอไปถึงปุ๊บก็เผชิญกับมวลมหาประชาแขกเต็มไปหมด ที่ Tiger Hill นี่ไม่ได้ชมฟรีนะครับ ต้องซื้อตั๋วเข้าไป ซึ่งตั๋วก็มีหลายราคา ถูกสุดก็อยู่แค่ชั้น 1 แพงก็อยู่ชั้น 2 มีที่นั่งสบายๆ วิวสวยๆ ทำนองนี้ แน่นอนว่าพวกผมก็จัดถูกสุดไปยืนเบียดกับแขกซะ

อากาศหนาวมากๆ ลมก็แรงสุดๆ พอเบียดแขกออกไปดูวิวก็พบว่าฟ้าปิดมองไม่เห็นอะไร -*- ดีที่ตั๋วใช้แลกชาได้ฟรี 1 ถ้วย อุ่นดี รอจนพระอาทิตย์ขึ้นก็เห็นแค่รางๆ Orz แต่โชคยังเข้าข้างอยู่บ้างตอนพระอาทิตย์ขึ้นเต็มฟ้า คนเริ่มกลับกัน พวกผมก็ได้เห็นหมอกสวยๆ แทน ^^

india_sikkim_day9_06
รูปนี้ตอนออกไปถ่ายข้างนอก เจอคนไทยด้วย เอาขาตั้งกล้องมาเลย

จุดเด่นของ Tiger Hill คือถ้าโชคดี เราจะได้เห็นทั้งคัญเชงชองก้าและEverest เลย เพราะจุดชมวิวนี้สูงถึง 2590 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเมืองดาจีลิงครับ

india_sikkim_day9_07

ดูจนหมอกจางหมดก็ยังเห็นหิมาลัยไม่ชัด เราก็นั่งรถไปต่อที่วัด Samten Choling Monastery ครับ เป็นวัดเล็กๆ ที่มีของขายหน้าวัดเต็มไปหมด ข้างในถ่ายรูปได้ นักท่องเที่ยวเพียบ

india_sikkim_day9_14

india_sikkim_day9_11
Continue reading “สะพายกล้องเที่ยวดาจีลิง #9.1: Darjeeling 1 Day Trip ตอนที่ 1”

ขอต้อนรับสู่โลกใหม่ใบเดิมๆ

ก่อนผมเริ่มงานที่นี่ ผมอยู่กระแสโลกพอสมควร คือทำ Java EE, ต่อ db ทำเวบ ใช้ db, framework, java version ทั่วไปที่โลกเขาใช้

ผมเริ่มทำงานที่นี่เมื่อประมาณ 7 หรือ 8 ปีก่อน (น่าจะ 8) กับ Java สายที่ทุกคนอยากลืมคือ Applet สภาพแวดล้อมถือว่าอยู่ในโลก Proprietary เต็มตัว Java ที่ใช้ 2 ปีแรกอยู่บนพื้นฐานของ Java 1.1 และไม่เคยไปไกลกว่านั้น (มีบางอย่างที่ใช้ Java 1.5 แต่ก็แค่ 5% – 10%) มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมลืมกระแสโลก ลืมไปว่าโลกของนอกเขาใช้อะไร เทคโนโลยีต่างๆ ไปถึงไหนแล้ว แม้กระทั่ง Java แบบที่โลกเขาเขียนกันเป็นอย่างไรผมก็ไม่รู้เลย

3 ปีก่อนเจ้า Applet ตัวนั้นตายไป พร้อมๆ กับที่ผมย้ายมาทำงานกับทายาทของมันซึ่งเป็น JavaScript Ajax, XHR (และ WebSocket ในปีที่แล้ว), CSS, CORS อะไรพวกนี้ ผมตื่นเต้นและมีความสุขกับมันมากเพราะมันทำให้ผมได้กลับมาทำงานกับอะไรที่อยู่ในกระแสโลกอีกครั้ง (แม้จะช้ากว่าชาวบ้านเกินกว่า 3 ปี และ 50% ของมันยังอยู่ในโลก Proprietary ใบเดิม)

แต่ความแน่นอนมันก็คือความไม่แน่นอน มันไม่ประสบความสำเร็จด้วยสาเหตุที่ผมไม่รู้จะบอกอย่างไรดี และผลของมันทำให้ต้องกระเด็นกลับไปอยู่ในอีกโลกนึงที่อยู่ข้างกันกับโลกใบเก่า โลกที่เป็น Proprietary เต็มตัว ใช้เทคโนโลยี, framework และ design เก่าๆ ที่ถูกปิดตายจากกระแสโลกอีกครั้ง

ขอต้อนรับสู่โลกใหม่ใบเดิมๆ …

บันทึกทริปกุฏีจีน (กะดีจีน)

จด Note ไว้กันลืม:
เมื่อวันเสาร์ออกไปถ่ายรูปย่านกุฏีจีนหรือที่เรียกกันอีกชื่อว่ากะดีจีนซึ่งเป็นชุมชนเก่าที่บูมมากในปีที่แล้ว

  • ควรไปตอนเช้าๆ เพราะแสงจะเข้าด้านหน้า (หน้าวัด, โบสถ์หันไปทางทิศตะวันออก เท่าที่สังเกตุดู) ยกเว้น และร้านต่างๆ ที่อยู่ในเวบน่าจะเปิด
  • ผมไปตอนบ่าย แสงผิดด้าน ร้านต่างๆ ที่อ่านเจอในเวบปิดหมดเลย
  • หาข้อมูลตามเวบแล้วไม่มีเส้นทางการเดิน ไม่บอกเลยว่าต้องไปอะไรที่ไหนยังไง จนสงสัยว่าคนเขาไปเที่ยวกันเฉพาะตอนจัดงานใช่ไหม ถึงสถานที่จริงแล้วก็ไม่มีป้ายบอกอะไรเลย คลำเอาเองน่ะ
  • วิธีไปที่ถูกต้อง
    1. ไปทางเตียน ข้ามไปวัดอรุณ
    2. เดินไปมัสยิดบางหลวง (กุฏีขาว)
    3. ข้ามถนนกลับมาวัดกัลยา
    4. เดินเลาะริมเจ้าพระยาไปศาลเจ้าเกียนอันเกง
    5. เดินต่อไปโบสถ์ซานตาครู๊ซ
  • แมวเยอะมาก เชื่องด้วย

จะพยายามหาเวลาไปถ่ายรูปแก้ตัว