The Secret Life of Walter Mitty

The Secret Life of Walter Mitty เป็นหนังที่ผมเพิ่งมีโอกาสได้ดูและนึกเสียใจอยู่ว่าผมพลาดหนังดีๆ แบบนี้มาตั้งเป็นปีๆ ได้ไง ;___;

The Secret Life of Walter Mitty

The Secret Life of Walter Mitty เป็นเรื่องราวของ Walter Mitty ผู้จัดการฝ่ายฟิล์มเนกาทีพของนิตยสาร Life ผู้แต่ฝันไปวันๆ ถึงการออกไปผจญภัยตามที่ต่างๆ จนเกิดอาการที่เรียกว่า “Zone out” คืออยู่ๆ เขาจะเห็นภาพในหัวเป็นตัวเองกำลังผจญภัยอะไรสักอย่างอยู่แล้วก็นิ่งไปพักใหญ่เลย วันนึงเขาก็ต้องเจอความท้าทายครั้งใหญ่เมื่อเขาต้องออกไปตามตัว Sean O’Connell ตากล้องชื่อดังเพื่อตามหา film รูปสุดท้ายที่ Sean บอกว่า “เป็นรูปที่ดีที่สุด จงใช้เป็นปก” แต่เสือกทะลึ่งลืมส่งมา เขาจึงต้องออกไปผจญภัยและมันก็เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาลครับ

ผมชอบเกือบทุกอย่างของหนังเรื่องนี้ ชอบทั้งวิวสวยๆ , เพลงเพราะๆ , เรื่องราวของการกล้าทำอะไรสักอย่างไม่ว่าจะตามความฝันหรือแค่ลองที่จะทำ ดูหนังแล้วรู้สึกเหมือนถูกกระทุ้งว่า “มึงนั่งทำอะไรอยู่วะ ออกไปทำสิ่งที่อยากทำสิ (โว๊ย)” ทั้งเรื่องแม้ว่าตอนท้ายๆ เรื่องจะดูโคตรโม้ไปหน่อยก็ตาม (ชอบตอนที่เดินออกไปจองเครื่องบินไปกรีนแลนด์ตอนแรกมากกว่า มันดูแบบเจ๋งโคตรอ่ะ)

นอกจากนี้ผมยังชอบที่หนังปูพื้นของ Walter ไว้ว่าเขาต้องหยุดทำทุกอย่างตามความฝันเพื่อมารับผิดชอบครอบครัวที่เหลือแต่แม่และน้องสาว ดังนั้นชีวิตของเขานอกจากเล่นสเก็ตบอร์ดแล้วเขาจึงไม่ได้เคยทำอะไรที่เขาอยากทำเลย ผมรู้สึกว่ามันทำให้ตัวละคร Walter มันดูมีมิติขึ้นมาเยอะกว่าถ้าจะให้แค่เป็นคนขี้เกียจหรือไม่กล้าจะทำอะไรสักอย่าง

สิ่งที่ไม่ชอบในหนังเรื่องนี้คือพวกฉาก “จินตนาการ (zone out)” ทั้งหลายนี่แหละครับ มันดูไม่ตลกแถมทำให้หนังเปลี่ยนอารมณ์ไปเลยในหลายๆ ฉากซะงั้น ยิ่งหนังช่วงแรกๆ ดันมีฉากพวกนี้เยอะมากจนดูเหมือนไล่แขกไปเลย (มีเพื่อนบอกว่าถ้าไม่ดูจนจบจะไม่รู้สึกเลยว่าหนังมันดีนะ ฮาาา)

สรุป: ดูแล้วอยากไปเที่ยวววววววววววววววววววววววววววววววววววว

ป.ล. หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ Ben Stiller กำกับเองครับ หนังอีกเรื่องที่แกกำกับและผมชอบมากๆ คือ Rality Bites

Freezing the moment

ลองครั้งแรก

miniP1000141
1/60 sec f/1.7, iso 400

เหมือนจะยังไม่ใช่แฮะ เลยเปลี่ยนเป็นโหมด Shutter priority, 1/1000 sec f/1.7, iso 5000 (จริงๆ ตั้ง auto ไว้) แล้วอัด bust mode แบบ m (รัวปานกลาง) + manual focus เพราะกล้องมันจะไปชัดข้างหลังหมด

miniP1000150

miniP1000152

miniP1000153

กดค้างไว้เลย แล้วค่อยมาดูผลทีหลังเอา

miniP1000156

miniP1000159

สรุป ควรจะมีขาตั้งกล้องจะได้ปรับ f ให้แคบกว่านี้เพื่อให้ระยะชัดมันเยอะกว่านี้หน่อยนึงได้

สะพายกล้องเที่ยวเชียงใหม่: พาเที่ยวดอยปุย

ผมไปงานแต่งงานเพื่อน+เที่ยวเชียงใหม่มาเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาครับ (entry สรุป) วันนี้ก็เพิ่งได้ฤกษ์เขียน blog เสียที รอบนี้ขี้เกียจเขียนแบบตอนละวัน (หรือหลายตอนต่อ 1 วัน) แต่จะเขียนแบบตอนละที่เที่ยวแทนก็ขอเริ่มด้วยการพาไปเที่ยวดอยปุยครับ

สำหรับการขึ้นดอยปุยนั้นผมเลือกที่จะไปขึ้นรถที่หน้า ม เชียงใหม่ครับ นั่งรถแดงจากท่าแพวันแรกเขาคิด 40 (มีจอดรถลงมาบอกว่าขอให้เหมา 150 ด้วย) วันที่สองอีกคันแม่งคิด 50 ซะงั้น ราคารถหน้า ม ถ้าเหมาไปกลับก็คนละ 110 ครับ เขาจะพาไปดอยปุยก่อนแล้วลงมาตำหนักภูพิงค์แล้วก็วัดพระธาตุดอยสุเทพตามลำดับ (ให้เวลาทีละ 1 ชั่วโมง) ถ้าไปดอยสุเทพอย่างเดียว 40 บาทต่อเที่ยว วันแรกผมก็เหมาแหละ (เขารอรถเต็มแล้วออก) แต่พอถึงพระตำหนักคนอื่นแม่งเปลี่ยนใจไม่เหมาแล้วซะงั้นผมเลยเหมาแค่พระตำหนัก-ดอยสุเทพในราคา 80 บาท (มั้ง)

P1330431
ทางเข้าหมู่บ้านม้งดอยปุย

วันที่สองผมขึ้นไปใหม่ รอบนี้กะไปแค่ดอยปุยก็เลยนั่งรถไปดอยสุเทพก่อน (ค่าขึ้น 50 บาท ฝรั่งเสือกยอมจ่ายแม่ง) แล้วกะยิงยาวเลย ปรากฏว่ารออยู่ 40 กว่านาทีกว่าจะได้รถ (มีฝรั่งมาเป็นคนขับรถวินด้วย!!) แถมไอ้คนที่ขึ้นไปด้วยก็เป็นคนที่ขึ้นมาด้วยกันจากท่าหน้า ม. นั่นแหละ (มันเที่ยวดอยสุเทพเสร็จแล้ว) สุดท้ายก็ได้ขึ้นไปดอยปุยสมใจครับ ระหว่างทางอากาศเย็นๆ หมอกลงหน่อยๆ กำลังสวยเลย ค่ารถขึ้นมาดอยปุยจากดอยสุเทพนี่ 60 บาทครับ

P1330434

20141025_125533
อร่อยดี

ขึ้นมาก็จะเป็นร้านค้าของชาวม้งตามรูปที่เห็นข้างบนครับ ทางเดินไปสวนน้ำตกดอยปุยก็ต้องเดินทะลุตลาดนี่ไปเลย ค่าเข้าสวนน้ำตกก็แค่ 10 บาทเอง ถูกมากๆ

P1330440

สำหรับสวนน้ำตกนี่ก็จะเป็นตรงแถวๆ หน้าผาก่อนถึงตัวหมู่บ้านที่ชาวม้งอยู่อาศัยกันจริงๆ ครับ มีสวนดอกไม้ น้ำตก (ไม่รู้ว่าของจริงรึเปล่า) อากาศหนาวๆ เห็นวิวภูเขา คือถ้าไปเที่ยวตำหนักภูพิงค์มาก่อนจะรู้สึกว่าดอกไม้ที่นี่สู้ไม่ได้ แต่ค่าเข้ามันก็ถูกแถมอากาศก็ดี (ตามโปรแกรมจริงๆ ต้องมาที่นี่ก่อนตำหนักด้วย) ผมก็คิดว่าโอเคเลย

P1330444

P1330446
สวนดอกไม้ตรงหน้าผา เดินขึ้นชมได้หลายชั้นเลย
Continue reading “สะพายกล้องเที่ยวเชียงใหม่: พาเที่ยวดอยปุย”