สวัสดีปีใหม่ 2556

หลังจากไป Party กับเพื่อนชนิดสุดเหวี่ยงเพื่อส่งท้ายปีเก่ามาหลายวันติด เมื่อวานคือผม countdown ที่บ้าน ตื่นเช้ามาไปวัดกับที่บ้านตามแบบอย่างลูกที่ดี (แต่ง่วงฉิบหาย)


ชาวบ้านพายเรือมาวัดกันอยู่


ปิดทองหน้าพระ


หลวงพ่อองค์นี้เก่าพอๆ กับสมัยอยุธยาครับ
Continue reading “สวัสดีปีใหม่ 2556” →

ส่งท้ายปีเก่า 2555 (Goodby 2012)

ไม่มีอะไรนอกจากจะขอส่งท้ายปีเก่า 2555 (หรือปี 2012) หลังจากโลกนี้ไม่แตกตามปฏิทินมายาครับ ปีที่กำลังจะผ่านไปนี้ผมมีประสบการณ์ทั้งดีๆ และร้ายหลายอย่าง ทั้งได้ไปเที่ยวต่างประเทศเยอะมาก, ได้เลื่อนตำแหน่งงานขึ้น (เคยขึ้นตำแหน่งนี้มาแล้วในที่เก่า แต่ความรับผิดชอบที่นี่โหดกว่ามาก), จีบสาวแล้วแดกแห้วตามระเบียบ, ถ่ายรูป Pre/Wedding ให้เพื่อนเยอะแยะ, รู้จักเพื่อนใหม่ๆ เยอะขึ้นพร้อมกับเลิกคบเพื่อนที่เคยรู้จักไปหลายคนเช่นกัน, ซื้อคอมใหม่ในรอบ 4 ปี, เขียน blog ที่ใหม่, เพื่อนๆ มีลูกกันหมดแล้ว, มี Tablet เครื่องแรก ฯลฯ


แสงสุดท้ายของวันทำงานวันสุดท้ายของปี 2555


รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะสร้างเสร็จ


นกที่บางปู


บ้านท่าแซะ Party

ขอลาปีเก่า countdown กันอย่างปลอดภัยทุกท่านนะครับ

Life of Pi

Life of Pi เป็นหนังที่กำกับโดย Ang Lee สร้างจากหนังสือของYann Martel สารภาพว่าเคยได้ยินชื่อหนังมาก่อนแล้วสงสัยว่าหนังมันเกี่ยวไรกับ 3.14 วะ จนกระทั่งได้ดูตัวอย่างนั่นแหละ เลยอยากดู

Life of Pi Poster

หนังเรื่องนี้ถึงชีวิตของ Pi Patel (จะเรียกว่าพายละกัน) เด็กชายชาวอินเดียที่บ้านเขาเปิดสวนสัตว์อยู่ที่อินเดีย สมัยเด็กๆ พายมีศรัทธาทั้งฮินดู (น่าจะไวศณพนิยกาย เพราะนับถือพระนารายณ์) , ศาสนาคริสและศาสนาอิสลาม (ทำละหมาดตอนเช้า ก่อนกินเข้าจะสวดมนต์ขอบคุณพระเจ้าและสวดมนต์ขอบคุณพระนารายณ์ก่อนนอน) จนกระทั่งวันนึงเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เค้าสิ้นศรัทธาในเทพเจ้าทั้งหลายไป หลายปีต่อมา ครอบครัวขายย้ายไปประเทศแคนาดาโดยออกเดินทางทางเรือไปกับเหล่าสัตว์ในสวนสัตว์ ปรากฏว่าเรือล่มกลางมหาสมุทธแปซิฟิค เขาหนีขึ้นเรือชูชีพทันอยู่คนเดียวพร้อมๆ กับเสือเบงกอลที่ชื่อ Richard Parker !!! และการเดินทางคน 1 คนและเสือ 1 ตัวก็เริ่มขึ้น พวกเขาต้องเอาตัวรอดพร้อมๆ กับตัว Pi เองที่เริ่มจะฟื้นฟูศรัทธาในพระเจ้า

สิ่งที่ผมติดใจหนังเรื่องนี้มาตั้งแต่ตัวอย่างคือภาพครับ และตัวหนังเต็มๆ ภาพมันก็สวยมากจริงๆ จนเสียดายที่ไม่ได้ดูแบบ 3D คือแบบ 2D ธรรมดาๆ ภาพมันสวยงามกว่า The Hobbit 3D เสียอีก ตัวหนังก็เรื่อยๆ เอื่อยๆ ไม่มี climax อะไรแต่ดูติดพันมาก ลุ้นว่าจะโดนเสือแดกมั้ย ลุ้นว่าจะรอดยังไง แถมยังคาดเดาไม่ได้อีก (อย่าให้ตัวอย่างหลอกเชียวนะ หุๆ) ในหนังเองก็สอดแทรกสัญลักษณ์และความคิดเรื่องการยอมรับและเชื่อในพระเจ้า (จะองค์ไหนก็ตาม) อยู่เต็มไปหมด

ที่แปลกอย่างหนึ่งคือดูหนังแล้วควรจะอยากอนุรักษ์ทะเล (ถ่ายทะเลออกมาได้สวยจริงๆ) แต่ผมดูแล้วอยากอนุรักษ์เสือแทน เสือในเรื่องน่ารัก+เท่+กวนดีมาก (หลายๆ ฉากฮากันลั่นโรงเลย)

สรุปแล้วผมชอบเรื่อง Life of Pi นะครับ อาจจะไม่ซาบซึ้งกับปรัชญาอะไรในเรื่องนัก แต่หนังมันดูสนุกจริงๆ ภาพสวยด้วยครับ ชอบมากกว่า The Hobbit อีก

วาทะเด็ดจากหนัง

I suppose in the end, the whole of life becomes an act of letting go, but what always hurts the most is not taking a moment to say goodbye