สะพายกล้องเที่ยวฮอกไกโด #2: พาเที่ยวตลาดปลา Asaichi

** หมายเหตุ จริงวันนั้นผมไปตลาดปลานี้ 2 – 3 ครั้งในวันเดียว เลยขอจับรวบเขียนในตอนเดียวครับ ดังนั้น entry เกี่ยวกับวันที่ 2 ของผมจะไม่เรียงตามเวลาที่เที่ยวจริงเท่าไหร่

หลังจากผมพาเที่ยวHakodate ยามค่ำคืน เช้าวันนั้นก็ตั้งใจจะไปหาอะไรกินกันที่ตลาดปลา Asaichi ที่เป็นตลาดเช้าครับ ตลาดอยู่ข้างๆ สถานีรถไฟ Hakodate เลย เปิดแต่เช้าปิดเกือบๆ เที่ยงโน่น

ตลาดจะแบ่งเป็นโซนร้านอาหารกับโซนร้านค้าครับ โซนร้านอาหารเป็นตึกแถวติดแอร์เต็มไปด้วยร้านอาหารพวกปลาดิบมากมายมหาศาล โซนร้านค้าก็มีแต่ร้านค้าเป็นส่วนใหญ่ มีร้านอาหารมาเปิดแซมๆ บ้าง ในรูปที่เห็นนี่คือโซนร้านอาหาร

หลังจากเดินวนไปวนมาอยู่นานแล้วพบว่าราคามันก็ไล่ๆ กัน ในที่สุดพวกผมก็หลับหูหลับตาเดินเข้าร้านนึง เจ้าของร้านพอจะพูดภาษาอังกฤษได้ บรรยากาศในร้านเป็นกันเอง อาหารรสชาติอร่อย ไม่แพงด้วยครับ


ผมสั่งอันนี้ ตอนยกมาเสิร์ฟ เขาหยิบโชยุขึ้นมาแล้วชี้ไปที่ปูกะปลาแล้วทำท่าหยอด พอตอนชี้ไปที่ไข่ปลาเขาทำมือเป็นรูปกากบาท แสดงว่าไม่ต้องใส่ครับ


ยาย (น่าจะแม่) เจ้าของร้าน ยิ้มแย้มแจ่มใสดีมาก บริการดีแม้จะพูด eng ไม่ได้ เอารูปที่ถ่ายให้ดูแกยิ้มใหญ่เลย (เจอป้าอีกทีในทริปปี 2019 ท่านยังแข็งแรงอยู่ครับ ^^)

เดินทะลุมาก็จะเป็นโซนตลาดครับ รอบที่เดินตอนเช้าไม่ค่อยเจอคนไทย พอสายๆ หน่อยก็มีทัวร์ไทยลงให้คึกคักกัน


ปู!!!


อูยย หอยแม่นนนน
Continue reading “สะพายกล้องเที่ยวฮอกไกโด #2: พาเที่ยวตลาดปลา Asaichi”

GX7 Extreme High ISO Test

I just upgraded my red GF1 to “retro” GX7 (wikipedia) 2 and a half days ago.

I still love enthusiast features in colorful GF1’s body but GF1’s ISO performance is outdate compare to current generation cameras. So, I decided to upgrade to GX7 because all Olympus cameras in Thailand do not have a “body only” sale option.

There are test shots with ISO 3200 to 25600. The first 3 photos set are processed only sharpen.


ISO 3200: usable.


ISO 6400: Still usable for me.


ISO 25600: Forget it.

The next set of ISO 25600 photos are fully processed. They are look like photo from my Note II.

For me, ISO 6400 file is acceptable. I will test printing later to see how GX7’s file look in the paper.

ใครผิด (วะ)?

Java Script API ที่ผม support อยู่ปัจจุบันเป็น version 5 ออกมาตอนกลางปี ส่วน version 3 และ 4 ออกเมื่อปีที่แล้วครับ

ปีที่แล้วมีลูกค้าเจ้าหนึ่งใช้ version 2 ที่ออกตอนปี 2011 แล้วเจอปัญหาร้ายแรงปัญหาหนึ่ง ขณะนั้น version 3 ออกได้ไม่นานและ dev กำลังเขียน version 4 อยู่

ผมใช้เวลาเป็นเดือนในการทำ issue นี้ (replicate ยากมากๆ) ระดม dev มาช่วยแล้วก็ยังไม่ได้ สุดท้ายก็ส่งเรื่องไป Microsoft Support ถึงได้รู้ว่า setTimeout() บน IE มันทำงานผิด MS ยอมรับว่าเป็นบั๊กของ IE 7/8 และแก้ไปใน IE 9 แล้ว แน่นอนว่าลูกค้าแม่มไม่ยอมเปลี่ยนไป IE 9 แน่ๆ ตอนนั้นผมกะ dev จึงช่วยการหาทางป้องกันและยัดมันลงไปใน patch หนึ่งของ version 2 ซึ่งลูกค้าก็เอาไปใช้ได้ดีจนถึงทุกวันนี้

ต้นเดือนที่ผ่านมา ลูกค้าจะ upgrade ไปเป็น version 5 ซึ่งเป็นอันล่าสุด ผมได้รับงานมาว่าลูกค้าจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อที่จะ migrate page เขาได้เพราะมันมีอะไรเปลี่ยนข้างในเยอะเหมือนกัน ผมทำ list จะเสร็จแล้วรู้สึกตะหงิดๆ อะไรบางอย่างเลยลองดู code ส่วนที่เจอปัญหาคราวโน๊นดูถึงเพิ่งเห็นว่า code patch นั้นไม่ถูกใส่มาใน version 5 ด้วย…

ไล่ย้อนไปพบว่า version 3, 4, 5 code ที่เจอปัญหายังเหมือนกับ version 2 เด่ะๆ สำหรับ version 3 ผมไม่แปลกใจอะไร แต่ที่งงคือทำไม version 4 และ 5 เสือกไม่ merge patch นี้ไปด้วย ถาม dev ก็ไม่รู้ คนเขียนออกไปแล้ว ไม่มีใครตอบได้

แน่นอนว่าด้วยบาปที่ผมแม่งเป็นคนเจอไอ้ code diff เหี้ยนี่ ผมเลยได้รับคำสั่งมาว่าให้ simulate ปัญหานี้ใน version 5 ให้ได้ภายในเวลา 1 อาทิตย์…

3 วันที่ผ่านมาผมยัง replicate ปัญหาแม่มไม่ได้เลย issue อื่นๆ ที่ลูกค้าส่งเข้ามาถูกผลักไปเป็นเรื่องรองๆ ไปทั้งหมดเพื่อดูเรื่องนี้โดยเฉพาะ ผมมานั่งนึกว่าทำไมกูต้องมานั่งทำเหี้ยอะไรเสียพลัง เสียเวลาไปเปล่าๆ ปลี้ๆ อันนี้ด้วยวะ

ที่กูต้องมานั่งทำไอ้เหี้ยนี่อยู่แม่งผิดที่ใครวะ