Chappie

ผมได้ตั๋วหนังเรื่อง Chappie รอบพิเศษมาฟรีครับ ได้มาเพราะเล่นเกมกับบัตรเครดิตกสิกรไทยแล้วใช้แต้มแลกมานิดหน่อย

Chappie Poster

หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องราวของ Chappie หุ่นยนต์ตำรวจปลดประจำการประจำเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ที่ได้รับการทดลองติดตั้งโปรแกรม “จิตสำนึก” ลงไปโดย Deon Wilson คนสร้างหุ่นยนต์ตำรวจทั้งหมดเป็นคน “แอบ” ลง โปรแกรมนี้จะทำให้ Chappie มีจิตสำนึก มีจิตใจ มีอารมณ์ มีนิสัยและการตัดสินใจเหมือนคนจริงๆ โดยจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นตามสภาวะแวดล้อม แต่เจ้า Chappie ดันผ่าไปอยู่กับแกงค์โจรกระจอกที่ต้องการ Chappie ไปช่วยทำการปล้นครั้งใหญ่ซะงั้น

Chappie เป็นหนังเรื่องที่ 3 ของ Neil Blomkamp แห่ง District 9 และ Elysium ครับ เนื้อเรื่องก็วนเวียนกับ Sci-fi และเมืองโจฮันเนสเบิร์กนี่แหละ ผมไปดูหนังเรื่องนี้โดยไม่ได้คาดหวังอะไรมากเพราะผิดหวังจาก Elysium มาก่อน ตัวอย่างก็เคยดูแค่ครึ่งเดียวเองมั้ง

กลายเป็นว่าหนังเรื่องนี้สนุกกว่าที่คิดและยังท้าทายความคาดหวังหลายๆ อย่างของผมด้วยครับ มันดูสนุกกว่า Elysium และไม่หดหู่เท่า District 9 ครับ มันเป็นหนัง Sci-fi เกี่ยวกับปฏิกิริยาของผู้คนที่มีต่อหุ่นยนต์ที่มีจิตสำนึกและมีจิตใจจริงๆ ขึ้นมา ซึ่งก็มีได้หลายทางทั้งคาดหวัง, หวาดกลัว, เปลี่ยนแปลงตัวเอง ฯลฯ

ที่เด็ดที่สุดคือหนังท้าทายความคาดหวังทางศีลธรรมของคนดู (และผม) ว่าตัวเอกของเรื่องหรือสิ่งที่แสดง “ความมีชีวิต” นั้นหมายถึงการเลือกที่ต้องเป็นแบบไหน (แบบที่เราคาดหวัง – ลึกๆ แบบหนังเรื่องอื่นอ่ะนะ) ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วไม่ว่าเขาจะนิสัยเป็นแบบไหนหรือเลือกทางชีวิตอย่างไรก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่านั่นคือสิ่งที่แสดงถึงความมีชีวิตจิตใจของเขาที่เรา (แม้กระทั่งผู้สร้างที่บอกว่าอย่าให้ใครมาตีกรอบ) มาตีกรอบได้นั่นเอง

ที่น่าเสียดายคือหนังน่าจะเล่นประเด็นความหมายของคำว่า “มีชีวิต” ระหว่างหุ่นยนต์กับคนมากกว่านี้อีกหน่อย แต่ประเด็นที่เล่นเรื่อง “ทางชีวิตที่เลือก” นี่ก็เจ๋งไม่น้อย

ป.ล. ผมดูไปก็คิดว่า Hugh Jackman มันน่าจะ … แหม่ คาดหวังไปเองทั้งนั้น (เขาเล่นดีกับบทที่เราคาดไม่ถึงเรื่องนี้นะ)

สะพายกล้องเที่ยวจีนตอนที่ 3.2: พาเที่ยวแผ่นดินแดงแห่งหงตู้ตี้ตอนที่ 2

จากตอนที่แล้วเรากลับมากินข้าวกลางวันกันก่อนครับ ก็เดินไปเปิดตู้เย็นแล้วชี้ๆ ในครัว + แปลทาง Note II นิดหน่อยแล้วก็มานั่งลุ้นกันว่าจะได้อะไร ปรากฏว่าได้ผัดผัก, ไข่น้ำแล้วก็อะไรสักอย่างคล้ายๆ กุนเชียงเนื้อมากับข้าวโถใหญ่ๆ ส่วนน้ำชาเขาเอามาให้เป็นกระติกอันใหญ่บึ้มเลย

kunming_day3_39

หน้าตาดูธรรมดาๆ แต่เอาจริงๆ มันอร่อยมากครับ มานั่งคิดย้อนไปแล้วอาหารที่กินที่โรงแรมนี้อ่ะ อร่อยที่สุดทั้งทริปเลย ระหว่างที่กินน้องหมาของโรงแรมก็วิ่งมาขอกินบ้าง พวกผมก็ให้ไปนิดหน่อยก่อนที่พนักงาน (น่ารัก) จะมาไล่มันออกไปแล้วมันก็วิ่งกลับเข้าขอกินใหม่

kunming_day3_41
เห็นแบบนี้มันโคตรขี้อ้อนเลยนะ

กินข้าวเสร็จก็กลับขึ้นไปนอนครับ ผมเพิ่งรู้ว่าในเตียงมีเครื่องทำความอุ่นด้วย คือเสียบปลั้กแล้วเตียงมันจะอุ่น (สักพักจะร้อน) ก็นอนหลับกันอุตุจนเขามาเรียกให้ออกไปเที่ยวรอบเย็นอีกรอบ

kunming_day3_42

ที่จุดชมวิวนี่คนเยอะมากครับ วิวสุดอลังเห็นไปยันเมืองตงชวนเลย จุดนี้เป็นจุดเดียวที่อยากได้ขาตั้งกล้องกับเลนส์ไวด์มาถ่ายพาโนรามาเลย (จริงๆ ถ่ายมาด้วยแต่มันกาก)สำหรับผมแล้วจุดนี่คิดว่าเป็นไฮไลท์เลย

kunming_day3_43
ซูมหมู่บ้านเน้นๆ

kunming_day3_44
ลวดลายทุ่งนาบนภูเขาสลับกับดินสีแดง
Continue reading “สะพายกล้องเที่ยวจีนตอนที่ 3.2: พาเที่ยวแผ่นดินแดงแห่งหงตู้ตี้ตอนที่ 2” →

Birdman มายาดาว

Birdman Poster

Birdman เล่าเรื่องความพยายามจะกลับมาสู่จุดรุ่งโรจน์อีกครั้งด้วยละครเวทีของ Riggan Thomson (รับบทโดย Michael Keaton) ดาราตกอับที่ทั้งชีวิตเล่นหนังดังอยู่แค่ Batman กับ Batman Returns Birdman 1-2-3 แล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีเรื่องไหนดังอีกเลย

สิ่งที่ชอบ:

  1. การแสดงอันทรงพลังของนักแสดงทุกคน (ย้ำว่าทุกคน) โดยเฉพาะ Michael Keaton ที่แม่งโคตรอิน
  2. ถ่ายทอดความสิ้นหวัง, ความพยายามที่จะได้รับการยอมรับและกลับไปสู่จุดสูงสุดของตัวเอกอีกครั้งได้ดีมาก
  3. เพลงประกอบดีมากๆ บีบคั้นได้ถูกจังหวะทั้งเรื่อง
  4. จิกกัดวงการดาราและนักวิจารณ์ได้แสบดี

สิ่งที่ไม่ชอบ:

  1. ความติสของหนังที่ปนทั้งความ real และความ surreal กันแบบแยกไม่ออกไปทั้งเรื่องให้เรางงเล่นกับความแนวของการเดินเรื่องและการกระทำของตัวละคร

สรุป: ผมบอกไม่ได้ว่าเรื่องนี้ดีหรือไม่ดี บอกไม่ได้แม้กระทั่งว่าควรไปดูหรือเปล่า มันไม่ใช่หนังที่เหมาะสำหรับทุกคน (ผมเดินออกมาจากโรงยังงงๆ เลย) แต่ในฐานะแฟนของ Batman และ Batman Returns ผมชอบการแสดงของ Michael Keaton ในเรื่องนี้มากครับ