สะพายกล้องเที่ยวเกาหลี #3.1: พาเที่ยว Samsung Innovation Museum

ต่อจากตอนที่แล้วนะครับ วันนี้จะพาออกนอก Seoul เพื่อไป Samsung Innovation Museum (삼성이노베이션뮤지엄) ที่เมือง Suwon (수원)


นั่งรถไฟใต้ดินไปต่างจังหวัด

Samsung Innovation Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าถึงประวัติความเป็นมาและนวัตกรรมของบริษัท 삼성 โดยเน้นในส่่วนของ Samsung Electronics ครับ พิพิธภัณฑ์อยู่ใน Samsung Digital City ซึ่งเป็น Headquarters ของ Samsung Electronics ด้วยเช่นกัน การเดินทางไปไม่ยาก นั่งรถไฟ Bundang Subway Line ไป Mangpo Station เมือง Suwon แล้วนั่งรถเมล์สาย 15-1 ต่อไปอีก 5 ป้ายก็ถึงครับ


ป้ายรถเมล์

พอมาถึงปุ๊บเราก็พบกับความซัมซุงปั๊บ คือเราเห็นว่าพิพิธภัณฑ์มันอยู่ด้านซ้ายของเรานี่แหละ แต่ข้ามถนนไปแล้วไม่มีทางเข้า – -” งมอยู่นานมาก คนก็ไม่มีให้ถาม จนสุดท้ายรู้ว่าต้องเข้าไปในลานจอดรถของ Samsung Digital City แล้วลงลิพท์ไปชั้นใต้ดินแล้วเดินลอดใต้ถนนไป … คือมึงจะทำให้ยากทำไม


ตึกนี้แหละ เข้าไม่ได้ ต้องไปลานจอดรถฝั่งตรงข้ามแล้วลอดใต้ดินมา – –


บรรยากาศภายใน Samsung Digital City

จุดเริ่มต้นของบริษัทซัมซุงนั้นนับย้อนไปได้ถึงปี 1938 ครับ ผู้ก่อตั้งของบริษัทซัมซุงคือ Lee Byung-chul ส่วนบริษัท Samsung Electronics ก่อตั้งในปี 1969 โดยสินค้าแรกๆ ที่ผลิตในยุคนั้นคือทีวี, ตู้เย็น, เครื่องคิดเลข จนกระทั่งเริ่มเข้าสู่วงการ Semiconductors ด้วยการผลิต DRAM ในปี 1983 ครับ




Computer ยุคแรก

ในห้องนี้ยังเครมว่าซัมซุงเป็น Partner กับการจัดโอลิมปิกทุกปีด้วยครับ

พอขึ้นชั้น 2 จะเป็นแสดงนวัตกรรมในอดีตจนถึงปัจจุบันครับ โดยไล่มาเป็นยุคเลยตั้งแต่ยุคทีวี โทรศัพท์ต่างๆ คือดูแล้วเห็นประวัติศาตร์ของเครื่องไฟฟ้าเลย นึกถึงสมัยเด็กๆ

จุดที่น่าสนใจคือมีการยกย่องบริษัทคู่แข่งอย่าง Sony, Panasonic, Sharp ด้วยว่าเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในเรื่องต่างๆ ในยุคนั้นครับ แต่ไม่พูดถึง Apple สักคำ (ฮาาาา)

ส่วนชั้น 3 แสดงนวัตกรรมในอดีตของเกาหลีและของโลกเองด้วยหลายๆ อย่าง เดินอ่านเพลินดีครับ

พอออกมาก็มีร้านขายของที่ระลึกของซัมซุงครับ (สมุด ปากกาอะไรพวกนี้) ซึ่งผมไม่ได้ซื้ออะไรออกมา ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เดินสนุกดีครับ มีป้ายภาษาอังกฤษที่อ่านง่าย เนื้อหาก็น่าสนใจ ฟรีด้วย แต่ข้อเสียคือมันไกลไปหน่อย สิ่งที่มันต่างจาก D’light ที่กังนัมคือที่ D’light จะเน้นวิสัยทัศน์ของซัมซุงที่มีต่ออนาคตมากกว่าครับ

เดินกันอยู่จนบ่ายๆ พวกเราก็กลับทางเดิมออกไปรอรถเมล์เข้าเมือง Suwon กันก่อน


ไอติม อร่อย

พอเข้าเมือง Suwon เราก็ไปเดินตลาดกัน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่จีนดีครับ คือมันดูลูกทุ่ง บ้านๆ กว่า Seoul เยอะเลย แต่ก็รู้สึกว่าถ่ายรูปยากกว่า Seoul อยู่เหมือนกันเพราะแทบไม่มีนักท่องเที่ยวเลย

พวกเราเลือกร้านหมูเกาหลีร้านนึงที่ดูแล้วราคาไม่แรงนัก แน่นอนว่าในร้านพูด Eng ไม่ได้เลยก็ได้แต่ภาษามันกันไปครับ สนุกดี

ก็ขอจบตอนนี้ไว้เท่านี้ก่อนครับ ตอนหน้าจะพาไปเที่ยว Hwaseong Fortress [UNESCO World Heritage] ที่อยู่แถวๆ ตลาดนั่นแหละกัน

Link:
สรุปทริปเกาหลี 2016

Categories: Photography, Travel | Tags: , , , , , , | 1 Comment

Post navigation

One thought on “สะพายกล้องเที่ยวเกาหลี #3.1: พาเที่ยว Samsung Innovation Museum

  1. Pingback: สะพายกล้องเที่ยวเกาหลี #3.2: พาเที่ยว Hwaseong Fortress กับเมือง Suwon | Blog It Together

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

A WordPress.com Website.

Bon appétit

Good food, Good taste for you

Bomreview

โบ้มรีวิว โตแล้วจะรีวิวอะไรก็ได้

rerng.rak

Just another WordPress.com weblog

neizod

Smile! You’re at the best WordPress.com site ever

Admod's blog

just logs

freeclub

พยายามเขียนให้ยาวกว่าเฮดเดอร์ข้างบนจะได้ดูสวยๆ

Anontawong's Musings

a daily dose of a new perspective

TravelKanuman

Travel around the world

kemisara

Belle Kemisara Paladesh's Fan Site - เว็บไซต์แฟนคลับเบลล์ เขมิศรา พลเดช

eatandysummers

eat. travel. live.

Jonathan Fleming's Blog

A Photography Blog

Viewfinder - Street Photography Blog

Jimmy Yang Street Photography Blog

PinkiiGirl

Be one of those who change things and push the human race forward

บล็อกอะไรไม่รู้ของแบม

Ordinary guy blogging about comic books, video games, movies and stuffs.

%d bloggers like this: