The Hobbit: The Battle of the Five Armies

The Hobbit: The Battle of the Five Armies เป็นภาคจบของไตรภาค The Hobbit ซึ่งสร้างจากนิยายของ J. R. R. Tolkien ซึ่งเป็นเรื่องราวก่อนหน้า The Lord of the Rings นั่นเอง

  • ผมค่อนข้างขาดหวังกับภาคนี้มาก เพราะว่าผมชอบภาค 2ที่ดูสนุก ตลกมากๆ
  • แต่ปรากฏว่าหนังกลับไปเหมือนภาคแรก คือน่าเบื่อ อุดมไปด้วยฉากสงครามอลังๆ แต่ก็น่าเบื่อ ดูไม่สนุกเลย ไม่ตลก ไม่ลุ้นอะไรทั้งสิ้น
  • ฉากที่สนุกที่สุดคือฉากสู้กับมังกรสมัก ซึ่งก็ประมาณ 15 นาทีแรกของเรื่อง -*-
  • สุดท้ายแล้วหนังอาจจะอยากสื่อว่า ความโลภจนหน้ามืดตามัวและสงคราม มันเป็นเรื่องไร้สาระและน่าเบื่อพอๆ กับตัวหนังนั่นแหละครับ

สรุป: ถึงผมจะไม่ชอบมันนักแต่ถ้าคุณดูทั้ง 2 ภาคมาแล้วก็ไปดูเถอะ

The Hobbit: The Desolation of Smaug

The Hobbit: The Desolation of Smaug เป็นภาคต่อของ The Hobbit: An Unexpected Journey ซึ่งสร้างมาจากนิยาย The Hobbit ของ J. R. R. Tolkien ที่เป็นปฐมบทของมหากาพย์ The Lord of the Rings ครับ

The Hobbit 2 poster

ภาคนี้เล่าเรื่องราวต่อจาก An Unexpected Journey ทันทีแบบไม่มีปูเนื้อเรื่องเลยครับ Bilbo และชาวคณะคนแคระ + 1 พ่อมดยังคงต้องฝ่าดงตีนทั้งตีนออร์ค ตีนปีศาจ ตีนเอลฟ์และตีนมนุษย์เพื่อไปยึดเมืองคืนจากมังกร้าย Smaug ให้ได้

ภาคนี้ดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนดู LoR ภาค The Two Towers ครับ คือมันสนุกกว่าภาคแรกมากๆ (The Two Towers ก็สนุกกว่า The Fellowship of the Ring มาก) มีหลายรสชาติทั้งแอ๊คชั่นสุดตื่นเต้น, มุขตลกที่ขำกว่าภาคที่แล้วเยอะ, Romantic ที่ดูแล้วเอาใจช่วยสุดๆ ก็มี ไม่มีฉากไหนที่น่าเบื่อเลย เนื้อเรื่องก็คาดเดาไม่ได้ดี

ภาคนี้เราจะเห็นว่าแหวนแห่งอำนาจนั้นได้เริ่มครอบงำบิลโบแบบที่มันครอบงำคนอื่นๆ ใน LoR เราจะได้เห็นว่าความโลภทำให้หัวใจผู้กล้าของคนแคระบิดเบี้ยวไปได้เพียงไร ภาคนี้เนื้อหาเข้มข้นและน่าคิดกว่าเดิมเยอะครับ อ้อ ภาคนี้ผมดูแบบปกติไม่ได้ดู 3D หรือ HFR เพราะ HFR มันฉายรอบดึกเหลือเกิน ส่วน 3D ก็แพงงงง

สรุป The Desolation of Smaug สนุกและดีกว่าภาคแรกมากๆ ครับ

The Hobbit: An Unexpected Journey

The Hobbit: An Unexpected Journey เป็นหนังที่สร้างจากนิยายเรื่อง The Hobbit ซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกของ J. R. R. Tolkien และหนังสือเล่มนี้ยังกล่าวได้ว่าเป็นปฐมบทของมหากาพย์ The Lord of the Rings

The Hobbit part 1 poster

The Hobbit: An Unexpected Journey เล่าถึงการผจญภัยของในสมัยหนุ่มๆ Bilbo Baggins ลุงของ Frodo (ตัวเอกของ LOTR) เขาเข้าร่วมเป็นคณะเดินทางของ Thorin เจ้าชายแห่งคนแคระ และพรรคพวกคนแคระอีก 13 คนตามคำชวน/บังคับของพ่อมดเทา Gandalf ในการไปทวงเมืองคนแคระคืนจากมังกร้ายนาม Smaug และการผจญภัยนี่เองที่ทำให้ Bilbo ได้พบกับแหวนแห่งอำนาจที่จะแผลงฤทธิ์ใน LOTR

หนังเรื่องนี้เป็นหนังไตรภาคครับ ภาคสองจะชื่อ The Desolation of Smaug ฉายปีหน้า และภาคสาม There and Back Again ปี 2557!!

ก่อนเข้าไปดูก็ได้ยินเสียงบ่นๆ ว่าหนังมันงั้นๆ, Peter Jackson หลงระเริงกับความสำเร็จของตัวเองบ้าง, 48 fps ทำให้ภาพมันดูหลอกๆ เหมือน vdo เกมส์บ้าง (หนังทั่วๆ ไปจะ 24 fps) ผมเองไปดูแบบ 3D รู้สึกว่ามันสนุกเหมือนหนัง LOTR ภาคแรกน่ะครับ คือตอนแรกมันอืดๆ เอื่อยๆ ชวนหลับ แต่กลางๆ จนท้ายเรื่องนี่สนุกดีเลยล่ะ ตัว 3D เองดูแล้วไม่ได้รู้สึกว่าอลังการเท่าไหร่ (Hugo ดีกว่าเยอะ) 48fps ดูแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไร – -” ตัวหนังแฝงอารมณ์ขันไว้บ้างนิดหน่อย ทำให้ดูเพลินๆ กว่า LOTR เยอะ แนะนำให้ดู LOTR ก่อนไปดูเพราะมีตัวละครและอะไรหลายๆ อย่างสื่อไปถึง LOTR เยอะมาก

ที่ดูเพลิดเพลินอีกอย่างคือตัวละครเก่าๆ ที่คุ้นจาก LOTR กลับมาไม่ว่าจะเป็น Gandalf, ซารูมาน หรือท่านลอร์ดเอลรอนที่ดูยังติดตาจาก Cloud Atlas อยู่เลย

สรุปแล้วภาค An Unexpected Journey ผมค่อนข้างโอเคนะครับ อย่าลืมว่า LOTR ภาคแรกมันก็แบบนี้และมันก็เริ่มสนุกสุดๆ ในภาค 2 (มีคนไม่รู้ว่ามันแบ่งเป็นหลายภาค แล้วบ่นงงๆ ในโรงเยอะเหมือนกัน) ถ้าทนช่วงเรื่อยเปื่อยชวนหลับตอนแรกๆ ได้ก็สนุกล่ะ

ป.ล. ชื่อไทยเรื่องนี้ควรจะเป็น คนเล็กหัวใจอหังการ์ฝ่าแดนทมิฬ อะไรเถือกๆ นั้นนะ