นิติรัฐอภิสิทธิ์และราชนิติธรรม

“นิติรัฐอภิสิทธิ์และราชนิติธรรม: ประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาของ Rule by Law แบบไทย” เป็นปาฐกถาพิเศษ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ครั้งที่ 17 โดยศาสตราจารย์ ธงชัย วินิจจะกูล ศาสตราภิชานภาควิชาประวัติศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน สหรัฐอเมริกา

ปาฐกถาสามารถดูได้เต็มๆ ที่ช่อง Youtube ของประชาไท หรือจะเลือกอ่านก็ได้ที่ ปาฐกถาฉบับเต็ม ‘นิติรัฐอภิสิทธิ์และราชนิติธรรม’ โดย ธงชัย วินิจจะกูล ของเวบไซต์ WAY Magazine

ปาฐกถานี้ยาวมากก แต่เป็น 2 ชั่วโมงที่ทรงคุณค่า ฟังง่าย ศาสตราจารย์ ธงชัยอธิบายเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่าย เห็นภาพ กระจ่าง เปรียบเสมือนแสงเทียนที่ช่วยนำทางในยุคแห่งความมืดมิดทางเสรีภาพ เป็นปาฐกถาที่ผมคิดว่าคนไทยควรฟัง/อ่านเพื่อทำความเข้าใจประวัติศาสตร์กฏหมายไทยตั้งแต่อดีตและมีผลมาถึงปัจจุบัน (อันแสนสิ้นหวัง) ครับ

ในสังคมไทย รัฐฆ่าคนได้ ไม่มีความผิด เพราะรัฐและกองทัพนิรโทษกรรมตัวเองได้ คนไทยจำใจต้อง ‘อยู่ให้เป็น’ ต้องคิดแบบเดียวกับรัฐเท่านั้น จึงจะไม่เดือดร้อน อีกทางเลือกหนึ่งคืออยู่อย่างเงียบสนิท ส่วนคนที่ ‘อยู่ไม่เป็น’ ก็มีชีวิตเสี่ยงคุก หรือจำต้องอยู่นอกประเทศ…อย่างอาจารย์ป๋วย เป็นต้น

มิตรสหายท่านหนึ่ง

Link:
(คลิปเต็ม) ธงชัย วินิจจะกูล: นิติรัฐอภิสิทธิ์และราชนิติธรรม | ปาฐกถาป๋วย อึ๊งภากรณ์ ครั้งที่ 17
Thai Publica

บันทึกความสิ้นหวังของชาวสยาม 2563

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ผมและเพื่อนพนันกันเล่นๆ ถึงผลคำตัดสินที่จะออกมาเมื่อวาน (21 กุมภาพันธ์ 2563) ว่าจะออกไปทางไหน ผมพนันว่า “ยุบ” แม้ว่าในใจจะไม่อยากให้ยุบก็ตาม

พอผลออกมาแบบนั้นจริงๆ ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องคาดเดาได้แต่ก็ยังรู้สึกเศร้าใจและเฟลไปทั้งวัน

นี่พยายามเรียบเรียงความคิดอยู่ทั้งวันเผื่อจะมีมุมมองอะไรใหม่ๆ ไม่ซ้ำจากที่เคยเขียนไปแล้ว(entry 1, 2) แต่แม่งก็ไม่มีอะไรใหม่จริงๆ ไม่ว่าจะเรื่องผู้มีอำนาจหวาดกลัวปีศาจหน้าใหม่หน้านี้จนหาทางทำลายทุกวิถีทาง หรือชาวอนุรักษ์นิยมก็ยังกลัวคนกลุ่มนี้จนถึงกับยอมปิดทางข้างเดียวให้กับความสองมาตราฐานของประเทศ มันซ้ำเดิม มันวนลูปไปเรื่อยๆ ในกงล้อการเมืองที่เราไม่อาจหลุดจากมันได้สักที (หรือโดนดึงไว้วะ) ยิ่งคิดหาทางออกไม่เจอก็ยิ่งหมดหวังไปใหญ่


รูปจากงาน #ไม่ถอยไม่ทน (คนละงานกันแต่เห็นว่าเข้ากับบริบทดี) โดยมิตรสหายท่านหนึ่ง (ได้รับอนุญาติแล้ว)

แต่ท่ามกลางความมืดที่ไม่เห็นทางนี้ ผมยังเห็นกระแสสังคมส่วนหนึ่งที่ยังยึดมั่นในประชาธิปไตยและพร้อมจะสานต่ออุดมการณ์นั้นไม่ให้ดับไป เราจะจำความโกรธ ความสิ้นหวังนี้ไว้ เราจะไม่ลืมสิ่งที่พวกนั้นทำกับเรา

ทุกคนโกรธได้ จงโกรธ แต่อย่าหดหู่ ทำงานและเรียนต่อไป สะสมทุน เครือข่าย ความรู้ มีจังหวะก็ร่วมกิจกรรมตามกำลัง ทั้งในท้องถิ่นและนอกประเทศ สำคัญคือกินอาหารดีมีประโยชน์ ออกกำลังกาย รักษาสุขภาพ ดูแลตัวเองและเพื่อน เราต้องมีชีวิตอยู่ให้นาน อนาคตจะเป็นของเราได้ อย่าเพิ่งตายเร็ว

ไม่ได้จะบอกว่า “เวลาอยู่ข้างเรา” นะ คนรุ่นพฤษภาทมิฬเคยคิดงั้น ไม่มีแล้วรัฐประหาร เผลอปุ๊บเจอล้มเลย “คนรุ่นใหม่” มีทุกขั้วความคิด ไปช่วยอำนาจเดิมๆ เยอะแยะ

แค่จะบอกว่า ดูแลกัน สู้กันยาวๆ ประกันสังคม ประกันสุขภาพ สิทธิแรงงานไรงี้ ก็รักษาไว้ เพราะเป็นของที่จะประคับประคองเราไปด้วยกัน

มิตรสหายท่านหนึ่ง

For your reference:

Welcome to the land of Smile (43rd anniversary)

จากกระแสสังคมตอนนี้ที่คนรุ่นใหม่เริ่มคุย/ถามเรื่องนี้มากขึ้น เริ่มหาข้อมูล, เริ่มวิเคราะห์ที่มาที่ไปของเหตุการณ์ครั้งนั้นในหลายแง่มุม ผมเห็นความหวังในตัวคนรุ่นใหม่ ผมหวังว่าเราจะเห็นแสงสว่างและคำตอบในวันข้างหน้า ผมจะเฝ้ารอวันนั้น (แม้ว่าวันนั้นผมจะหลับไปแล้วก็ตาม)

Massacre of 6 October 1976

The same smile always repeats in Thailand.
Happy 43rd anniversary of Thailand National Chairs Day!

For your reference:
Thammasat University massacre of 6 October 1976
ถ้อยคำไม่เคยเงียบ – 6 ตุลา ไม่เคยลืม: สำรวจทัศนะฝ่ายขวาต่อเหตุการณ์ 6 ตุลา 19
6 ตุลา: อ่านข้อเท็จ-จริง จาก ‘หน้าหนึ่ง’ เมื่อ 43 ปีที่แล้ว
โครงการบันทึก 6 ตุลา: พวงทอง ภวัครพันธุ์ 43 ปี 6 ตุลา สังคมไทยกับความรุนแรงที่ไม่เคยคลี่คลาย
ประตูแดง: การย้ายออกจากสถานที่ของความทรงจำ