Unconference, Not Collaborative

ผมเคยเข้าร่วมกิจกรรม unconference 2 ครั้งด้วยกันคือ barcamp bkk ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 3 ครั้งที่ 1 ผมไปถ่ายรูปแล้วไปกวนตีนเค้าอย่างเดียว ส่วนครั้งที่ 3 เตรียมหัวข้อไปดิบดีแต่ไม่มีใครเลือก (แม่ง) สิ่งที่ผมสังเกตุได้ระหว่างครั้งที่ 1 และ 3 คือคนเข้าร่วมมานั่งฟังนิ่งๆ มากกว่าสมัย 1 มาก และผมก็ไม่ได้เข้าร่วม event แนวนี้อีกเลย

เมื่อต้นปี ที่ทำงานผมคิดจะจัดงานแนวๆ unconference ขึ้นเหมือนกัน ให้คนใน office มาพูดมาแชร์กันทั้งเรื่อง technology, วิธีการทำงานเจ๋งๆ ของแต่ละคน อะไรทำนองนี้ มีการโปรโมตกิจกรรมไปทาง leader, manager ต่างๆ ให้คนมาร่วมเยอะๆ คนที่จัดก็มาชวนผมด้วยเพราะรู้ว่าผมเคยร่วม barcamp bkk และอ่านเวบพวกเทคโนโลยีบ่อย ซึ่งผมก็ตกลงไป

มีเพื่อนผมคนนึงสนใจงานนี้ (มั้ง) มาถามผมว่า “งานนี้คนเข้าร่วมต้องพูดด้วยเหรอ ทำไมต้องพูดด้วยอ่ะ นั่งฟังไปกินขนม (ฟรี) ไปอย่างเดียวไม่ได้เหรอ?

ผมก็ตอบไปแค่ว่า “เออ ทุกคนต้องพูด” แล้วมานึกย้อนหลังว่า ไม่แปลกที่งานพวกนี้จะและหลายๆ project แนว collaboration รอบตัวผมจึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่

ป.ล. ผมว่าจะไปพูดเรื่องข้อดีของการใช้โปรแกรมพวก dropbox, google drive, ms skydrive ในงาน unconference ที่ office นี่แหละ น่าจะง่ายๆ ดี ฮ่าๆ

ส่งท้ายปีเก่า 2555 (Goodby 2012)

ไม่มีอะไรนอกจากจะขอส่งท้ายปีเก่า 2555 (หรือปี 2012) หลังจากโลกนี้ไม่แตกตามปฏิทินมายาครับ ปีที่กำลังจะผ่านไปนี้ผมมีประสบการณ์ทั้งดีๆ และร้ายหลายอย่าง ทั้งได้ไปเที่ยวต่างประเทศเยอะมาก, ได้เลื่อนตำแหน่งงานขึ้น (เคยขึ้นตำแหน่งนี้มาแล้วในที่เก่า แต่ความรับผิดชอบที่นี่โหดกว่ามาก), จีบสาวแล้วแดกแห้วตามระเบียบ, ถ่ายรูป Pre/Wedding ให้เพื่อนเยอะแยะ, รู้จักเพื่อนใหม่ๆ เยอะขึ้นพร้อมกับเลิกคบเพื่อนที่เคยรู้จักไปหลายคนเช่นกัน, ซื้อคอมใหม่ในรอบ 4 ปี, เขียน blog ที่ใหม่, เพื่อนๆ มีลูกกันหมดแล้ว, มี Tablet เครื่องแรก ฯลฯ


แสงสุดท้ายของวันทำงานวันสุดท้ายของปี 2555


รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะสร้างเสร็จ


นกที่บางปู


บ้านท่าแซะ Party

ขอลาปีเก่า countdown กันอย่างปลอดภัยทุกท่านนะครับ

ค่าเสียหายมหกรรมหนังสือครั้งที่ 17

ผมไม่ได้ไปวันหยุดเสียนาน เจอคนเยอะมากกกกกกกกกก แค่ซื้อข้าวแล้วกว่าจะหาที่นั่งได้ก็ล่อเกือบ 20 นาที T^T

  • Slam Dunk Big book เล่ม 4 : สำนักพิมพ์ NED โดย เทเคฮิโกะ อิโนะอุเอะ
  • Joe the sea-cret agent เล่ม 7 : สำนักพิมพ์ NED โดย สุทธิชาติ ศราภัยวานิช
  • มันมากับความเหมียว : สำนักพิมพ์ A Book โดย วิชัย
  • นางโจรมายา : สำนักพิมพ์ Talent 1 โดย โยโคมิโซะ เซชิ แปลโดยบุษบา บรรจงมณี <– อีก serie ของผู้แต่งคินดะอิจิยอดนักสืบ
  • ชื่อเสียงเรียงนาม ความรู้เรื่อง แม่น้ำลำคลอง : สำนักพิมพ์ มติชม โดย ส.พลายน้อย
  • 30 นักประดิษฐ์กับชีวิตนอกกรอบ : สำนักพิมพ์ มติชน โดย Jeremy Coller & Christine Chamberlain แปลโดย นรา สุภัคโรจน์
  • The heroes of olympus : บุตรแห่งสมุทรเทพ : สำนักพิมพ์ Enter โดย Rick Riordan แปลโดย ดาวิษ ชาญชัยวานิช <– จริงๆ อ่านเล่ม eng ของเล่มแรกแล้ว เล่มต่อไปว่าจะเก็บเป็น eng ล่ะ เพราะมันถูกกว่าแปลไทย
  • ประวัติศาสตร์โลก สมัยศาสนาเรืองอำนาจและยุโรปยุคกลาง : สำนักพิพม์ ยิปซี โดย อนันตชัย จินดาวัฒน์
  • 1984 : สำนักพิมพ์สมมติ โดย จอร์จ ออร์เวลล์ แปลโดย รัศมี เผ่าทองเหลืองและอำนวยชัย ปฏิพัทธ์เผ่าพงศ์
  • เทวนิยาย : สำนักพิมพ์ยิปซี โดย ส. พลายน้อย
  • อมนุษยนิยาย : สำนักพิมพ์ยิปซี โดย ส. พลายน้อย
  • พฤกษนิยาย : สำนักพิมพ์ยิปซี โดย ส. พลายน้อย

สรุปหมดไป 2,209 บาท น้อยกว่างานเมื่อต้นปี (2,276 บาท) และปีที่แล้ว (2,505 บาท) หนังสือส่วนใหญ่ก็กลับมาเป็นแนวๆ ประวัติศาสตร์ เทพนิยายปรำปราที่ผมชอบอีกครั้ง

ปีนี้เดินๆ จริงๆ มีหนังสือที่ตั้งใจซื้อกว่านี้เยอะ แต่เดินหาในงานไม่เจอ ไอ้ที่เจอแล้วลองๆ อ่านดูแล้วไม่ซื้อมาก็มีเยอะอยู่ ปีนี้งานขยายออกไปมาก แต่ก็ยังไม่พอจำนวนคนมหาศาล จนเดินแล้วหงุดหงิดจนพาลไม่อยากแวะดูหนังสือ คิดว่าจริงๆ กลับไปเดินตอนเย็นน่าจะดีกว่า T^T

ที่น่าสนใจคือมีสำนักพิมพ์ Talent 1 เปิดใหม่ที่เน้นแนว J suspense สืบทอดต่อจาก J Book ของ Bliss เท่าที่คุยกันน้องเค้าบอกว่าซื้อ license คินดะอิจิมาแล้ว น่าจะออกงานหนังสือต้นปีหน้า ปีนี้ก็เอางานอื่นๆ ของโยโคมิโซะ เซชิมา 3 เล่มซึ่งผมก็ลองซื้อมาเล่มเดียวก่อน

ที่น่าหงุดหงิดที่สุดคืออย่าง NED บอกว่า Slam Dunk ออกเล่ม 4-5-6 แต่ว่าวันนี้ออกแค่เล่ม 4 นะ อีก 2 เล่มออกภายในวันงานนี่แหละไม่รู้วันไหน หนังสือหลายๆ เล่มก็มาวันสองวันสุดท้าย T^T คนก็เยอะจนรู้สึกว่าอาจจะได้ไปเดินเย็นๆ อีกสักรอบ

สำหรับหนังสือของงานต้นปี ผมก็อ่านไปเกือบหมดแล้วเหลือแค่ 2 เล่ม รอบนี้น่าจะอ่านเร็วขึ้นไปอีก ^^