Hello Note II

  • 2 อาทิตย์ก่อนอยู่ๆ มือถือ Galaxy S (I) ของผมก็ร้อนจนเครื่อง restart เองรัวๆ แล้วมันก็ boot ไม่ขึ้นอีกเลย
  • จริงๆ จะไปซื้อใหม่เลย แต่รองาน Thailand Mobile Expo ที่กำลังจัดอยู่ก่อน (พรุ่งนี้วันสุดท้าย)
  • ที่บ้านไซโคให้เอาไปซ่อม ไปร้านซ่อมมือถือที่ Big C แถวบ้าน เค้าจัดการลง stock rom Samsung (2.1.1) ให้แล้วก็ boot ขึ้น (เครื่องผมปรกติเป็น Cyanogen Mode 9.0 – Android 4.0.4)
  • กลับบ้านใส่ sim ไม่ติด เอา sim ใครมาใส่ก็ไม่ติด -*- สรุปพัง ต้องยืมมือถือเพื่อนมาใช้ เป็น Galaxy S (I) เหมือนกัน ผมซื้อก็เพราะมันซื้อก่อนแล้วใช้ดี ปัจจุบันมันใช้ iPhone 5
  • เอาเครื่องกลับไปร้านเดิม ช่างเอาไปดู 4 วัน สุดท้ายบอกว่าติดต่อศูนย์ (ไหนวะ) แล้ว เป็นที่ board เสียทำให้ตัวอ่าน SIM พัง ซ่อมไม่ได้ เปลี่ยนก็มีโอกาสเป็นอีก อย่าซ่อมเลยน้อง ใช้เล่น Wifi เล่นเนตดีกว่า สรุปผมได้ Galaxy Touch มาเครื่องนึง
    • ที่เชี่ยคือ ตอนเอาไปช่างบ่นว่า ก็น้องไม่ได้มาซ่อมด้วยอาการใส่ SIM ไม่ติดนี่ แล้วพี่จะรู้ได้ไง -*- อ้าวเหี้ย เครื่องกูเปิดไม่ติดนะห่านนน
  • วันนี้ไปงาน TME ตอนบ่ายๆ ตั้งใจจะไปดู Nexus 4 ก่อน แต่ไปถึงบู๊ท LG ของหมด บอกว่ามาพรุ่งนี้ 6 เครื่อง (พี่ต้องมาแต่เช้าาาาเลยนะ) ส่วนที่บู๊ท TG Phone ของหมด มาอีกที่เดือนหน้า จำนวนน้อยมาก
  • ชั่งใจระหว่าง Sony Xperia TX กับ Samsung Galaxy Note II นานมาก เดินไปเดินมา ถามโปร ถามของแถมของทั้งคู่ รองเล่นอยู่นาน (จำนวนเครื่องให้ลองของ Samsung เยอะกว่ามากกก)
  • สุดท้ายก็เลือก Note II เพราะว่า
    • ผมเชื่อว่าปีที่แล้ว ปีนี้และอีก 2 ปีถัดไป Samsung จะยังเป็นผู้ชนะในตลาด Android อยู่ เลือกข้างผู้ชนะดีกว่า
    • ไม่มีเคส Sony TX (จากการใช้งานปรกติของผม ควรจะใส่เคสมากกก + เห็นคนใช้ iPhone เปลี่ยนเคสเรื่อยๆ แล้วก็อยากเปลี่ยนบ้างนะ)
    • Sony แบต 1,700 mAh ส่วน Samsun 3,100 mAh
    • Cookie หลงป่าไม่ได้รับเงินมาอวยเขียนด่า Note II เยอะอย่างมีนัยะสำคัญ
    • ของแถมของ Note II น่าสนใจกว่า (ผ้าห่ม -*- กะ micro SD 16GB) ส่วน Sony เป็นเสื้อ Jacket ที่ผมไม่ใส่ โปร Note II ซื้อเงินสดก็มี แต่ Sony ไม่มีเลย
  • เดินตัวเบาออกจากงาน กลับบ้านเพิ่งรู้ว่าเครื่องมันต้องใส่ micro SIM -*- พรุ่งนี้ต้องไปเปลียน SIM อีก หอก
  • ถอด SIM กลับไปใส่เครื่องเพื่อน เหี้ย อ่าน SIM ไม่ติด เอา SIM พ่อมาใส่ก็ไม่ติด ซวยแล้วววววววววววว
  • 4 ชั่วโมงถัดมา เปิดดูอีกครั้ง อ่อ ผมง่าวเอง ใส่ SIM ผิดด้าน

Galaxy Note II

Continue reading “Hello Note II”

Bangkok Walk 26 Jan 2013

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมไปตรวจร่างกายแล้วพบว่าคอลเลสเตอรอลผมทะลุไปถึง 259 ทั้งๆ ที่คุมอาหารแทบตาย ตอนนี้เดาได้ 3 – 4 อย่างว่า 1. คุมอาหารผิดพลาดไปไกลโข ดันไปกินอะไรที่ไม่รู้ว่ามันไม่ดี 2. ออกกำลังกายไม่พอ เดินออกมาแบบหัวโล่งๆ … เลยไปดูหนัง ระหว่างรอก็ไปถ่ายรูปเล่นๆ ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ที่นี่เอากล้องไปถ่ายได้ยกเว้นชั้นบนสุด (ซึ่งจัดงานที่สวยที่สุด) และบางนิทรรศการ น่าเสียดายที่สมัยก่อนชั้นบนสุดเคยเอากล้องไปถ่ายได้ (แต่ห้ามเอากระเป๋าขึ้นไป) ผมเลยอดได้ภาพสวยๆ แบบนี้ มาเลย

วันที่ผมไปคนเยอะใช้ได้ ทั้งนักท่องเที่ยว นักศึกษามาดื่มกาแฟ มาถ่ายรูป มาดูร้านอาร์ตๆ แนวๆ แต่คนดูงานนิทรรศการจริงๆ เหมือนจะน้อยนะ – -*


Continue reading “Bangkok Walk 26 Jan 2013”

Unconference, Not Collaborative

ผมเคยเข้าร่วมกิจกรรม unconference 2 ครั้งด้วยกันคือ barcamp bkk ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 3 ครั้งที่ 1 ผมไปถ่ายรูปแล้วไปกวนตีนเค้าอย่างเดียว ส่วนครั้งที่ 3 เตรียมหัวข้อไปดิบดีแต่ไม่มีใครเลือก (แม่ง) สิ่งที่ผมสังเกตุได้ระหว่างครั้งที่ 1 และ 3 คือคนเข้าร่วมมานั่งฟังนิ่งๆ มากกว่าสมัย 1 มาก และผมก็ไม่ได้เข้าร่วม event แนวนี้อีกเลย

เมื่อต้นปี ที่ทำงานผมคิดจะจัดงานแนวๆ unconference ขึ้นเหมือนกัน ให้คนใน office มาพูดมาแชร์กันทั้งเรื่อง technology, วิธีการทำงานเจ๋งๆ ของแต่ละคน อะไรทำนองนี้ มีการโปรโมตกิจกรรมไปทาง leader, manager ต่างๆ ให้คนมาร่วมเยอะๆ คนที่จัดก็มาชวนผมด้วยเพราะรู้ว่าผมเคยร่วม barcamp bkk และอ่านเวบพวกเทคโนโลยีบ่อย ซึ่งผมก็ตกลงไป

มีเพื่อนผมคนนึงสนใจงานนี้ (มั้ง) มาถามผมว่า “งานนี้คนเข้าร่วมต้องพูดด้วยเหรอ ทำไมต้องพูดด้วยอ่ะ นั่งฟังไปกินขนม (ฟรี) ไปอย่างเดียวไม่ได้เหรอ?

ผมก็ตอบไปแค่ว่า “เออ ทุกคนต้องพูด” แล้วมานึกย้อนหลังว่า ไม่แปลกที่งานพวกนี้จะและหลายๆ project แนว collaboration รอบตัวผมจึงไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่

ป.ล. ผมว่าจะไปพูดเรื่องข้อดีของการใช้โปรแกรมพวก dropbox, google drive, ms skydrive ในงาน unconference ที่ office นี่แหละ น่าจะง่ายๆ ดี ฮ่าๆ