The Wolverine

The Wolverine เป็นหนังแยกอีกภาคของตัวละคร Wolverine แห่ง Series X-Men เนื้อเรื่องในภาคนี้ต่อจากภาค The Last Stand โลแกนแยกตัวออกมาจาก X-Men และฝันร้ายถึงเหตุการณ์จากสูญเสียคนที่รักไปจากทั้งภาค Origins และที่เขาฆ่า Jean Grey ใน The Last Stand วันหนึ่งมีสาวญี่ปุ่นมาติดต่อเขาบอกว่าคนที่เขาเคยช่วยไว้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ต้องการจะขอบคุณและบอกลาเขาก่อนตาย แน่นอนว่าการไปญี่ปุ่นครั้งนี้คงไม่ใช่แค่ไปลาแล้วกลับหรอกเนอะ

The Wolverine Poster

ภาคนี้ผมไปดูแบบที่คนรอบข้างพูดถึงมันเป็น 2 เสียงชัดเจนว่าไม่สนุกดีก็หนังงั้นๆ ออกไปทางห่วย ผมดูเองแล้วรู้สึกว่าหนังมันก็โอเคนะครับ คือสนุกกว่าภาค Origins แน่นอน มันสนุกพอๆ กับ The Amazing Spider Man (ที่รีบู๊ทใหม่น่ะครับ) มีฉากต่อสู้เจ๋งดี โดยเฉพาะการต่อสู้ระหว่าง Wolverine กับนินจาหรือซามูไรดูแล้วนึกถึงการ์ตูนเรื่องฤทธิ์ดาบไร้ปราณีเลย ผู้ร้ายก็เก่งดี

สิ่งที่ดีที่สุดของภาคนี้จริงๆ คือนางเอกอย่าง Tao Okamoto ครับ เธอเป็นผู้หญิงที่สวยแบบที่เราเผลอมองโดยไม่รู้ตัวและละสายตาไม่ได้เลย (นางแบบ Ralph Lauren เชียวนะเออ) ♥

สิ่งที่เป็นจุดด้อยของ The Wolverine ก็คงจะเป็นมันสู้ X-Men:First Class ไม่ได้เลยในแง่ความลึกและความหนักแน่นของเนื้อเรื่อง เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่ไม่เข้าพวกตระกูล X-Men สายไบรอัน ซิงเกอร์เลยด้วยซ้ำ ถ้าข้ามไปเทียบกับหนัง Marvel ด้วยกันอย่าง Iron Man, Captain America, Thor และ The Avenger ก็ไม่ได้อยู่ดี พวกนั้นดูสนุกสนานบันเทิงกว่า (แต่นางเอกสู้ Tao Okamoto ไม่ได้สักเรื่อง!)

สิ่งที่ผมผิดหวังอีกอย่างคือมันยังจะพยายามไปโยงกับไตรภาค X-Men อันแรกทั้งๆ ที่มันน่าจะไปโยงกับ First Class ที่เป็นการรีบู๊ทมากกว่า แต่ก็มารู้ที่หลังว่า X-Men ภาคไปอย่าง Days of Future Past จะโยงไตรภาคแรกและรีบู๊ทเข้าด้วยกันก็พอจะเข้าใจ แต่ก็ยังหงุดหงิดอยู่ดี -*-

สรุปผมว่ามันก็โอเคนะ เสียตังค์ดูในโรงแล้วดูซ้ำตอนฉายฟรีทีวีได้เรื่อยๆ อ่ะ

ป.ล. อย่าลืมดู End Credit

ชาบู ชาบู นางใน

Update: Dec 2021 ร้านปิดไปนานแล้วครับ

วันก่อน @rtsp ชวนไปกินชาบูร้านชาบู ชาบู นางใน ตรงโชคชัย 4 ซอย 72 ย่านลาดพร้าวมาครับ ร้านเข้าไปลึกโคตรๆ ถ้าไม่ขับรถไปเองหรือเรียก taxi ก็น่าจะยากอยู่

ไปถึงร้านใหญ่ดี แบ่งเป็นห้องๆ ห้องละ 3 – 4 โต๊ะ มี 2 – 3 ห้องใหญ่ครับ ร้านจัดดูดีทีเดียว

จุดเด่นของร้านนี้คือสั่งอะไรไปได้เร็วมากครับและสั่งอย่างเดียวกันไปกี่จานเขาจะรวมกันมาให้เลย ถ้าสั่งเนื้อ 2 จานก็ได้มาทีเป็นภูเขาแบบนี้ ดูเผินๆ นึกว่าน้ำแข็งใส อลังการโคตรๆ

เนื้อคุณภาพดีครับ แต่มันในเนื้อเยอะไปหน่อย (มากเลยล่ะ แต่ก็นุ่มลิ้นดีเพราะมัน) ผักก็ดี แต่น้ำจิ้มธรรมดาๆ มากเลย มีของหวานให้เลือกหลายอย่างครับ (แต่ไม่อยู่ในบุฟ) ถ้าไอติมก็ไปหยิบเองได้เลย แข็งมากๆ จนแซะลำบาก

บุฟนี้ผมโดนไปทั้งหมด 390 บาทครับ อิ่มเลยล่ะ

สรุปแล้วร้านนี้ผมว่าโอเคนะครับ แต่ผมชอบ Suki Bar ตรงพร้อมพงษ์มากกว่าตรงที่เนื้อมันน้อยกว่าและน้ำจิ้มอร่อยกว่า แต่ถ้าย่านลาดพร้าวร้านนี้ก็เด็ดเลยล่ะ

สะพายกล้องเที่ยวสิกขิม #1: นมัสเต Kolkata

ตอนต้นๆ ปีประมาณเดือนกุมภามีเพื่อนโทรมาชวนไปเที่ยวอินเดีย ผมตอบตกลงไปก่อนแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าอินเดียมันใหญ่นี่หว่าเลย เลยถามมันต่อว่าไปรัฐไหนวะ พอมันตอบว่ารัฐสิกขิมผมก็เออๆ ออๆ กับมันไปก่อน เพราะไม่รู้จักรัฐนี้เลยครับ

ผมไปในช่วงสงกรานต์ทีผ่านมานี้ครับ เป็นทริป backpack ที่ไปยาวนานที่สุดที่เคยไปคือ 10 วันตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน – 21 เมษายน ไปกับเพื่อนๆ 7 คนด้วยกัน (รู้จักอยู่ 2 อีก 4 เพื่อนใหม่) นั่งสายการบิน Indigo ออกจากสุวรรณภูมิตอนตี 1 เป็นสายการบิน low cost ของอินเดียครับ แนวๆ AirAsia คือไม่มีอะไรให้เลย ต้องซื้อเอาหมด ผมซวยไปนั่งตรงประตูฉุกเฉิน ง่วงก็ง่วงแต่แอร์ก็ปลุกมาฟังว่าประตูใช้ยังไง พอผมทำหน้าง่วงๆ ก็ถามเสียงดังๆ ว่า Do you understand? ผมก็เลยอธิบายที่เค้าพูดไปให้ฟัง เขาถึงยอมให้ผมหลับเสียที

นั่งหลับๆ ตื่นๆ ท่ามกลางแขกจำนวนมหาศาล ไปถึงสนามบินเมือง โกลกาตา (Kolkata) หรือชื่อเก่า กัลกัตตา (Calcutta) ตอนตี 4 กว่าๆ กว่าจะผ่าน ตม ต่างๆ ก็ประมาณเกือบๆ จะตี 4 ครึ่งซึ่งนับว่าเร็วเกินคาดครับ รับกระเป๋าแล้วพบว่าฟ้ายังไม่สว่างเลย เลยตัดสินใจนอนต่อแถวๆ ทางออกนี่แหละ พี่ทหารไม่ว่าเลย (ที่นี่ไม่ใช้ยามครับ ใช้ทหารถืออาวุธครบมือเลย)

ตื่นประมาณ 6 โมง ล้างหน้าแปรงฟันแล้วเดินสำรวจสนามบิน Kolkata พบว่ามันเหมือสุวรรณภูมิยุคแรกๆ ครับ คือกว้าง ใหม่ ห้องน้ำสกปรก ห้องน้ำน้อย ไม่มีเห้อะไรขายเลย มีทหารเดินไปเดินมาคอยตรวจตลอดเวลา พอตื่นกันครบก็เดินไปบู๊ท prepaid taxi เพื่อเที่ยวเมืองกันก่อนในตอนเช้า เราบอกเขาว่าจะไปไหน เขาจะให้ราคามา (ต่อไม่ได้มั้ง) จ่ายแล้วจะมีใบเสร็จระบุว่าไปรถคันไหน เราก็เดินไปที่บู๊ท taxi ข้างนอกแล้วคนขับจะพาเราไปเอง กัน taxi ตุกติกได้ระดับหนึ่ง (แต่วันหลังก็เจอ)


ที่จะเจอแถวๆ prepaid taxi คือเด็กที่มั่วนิ่มเดินนำทางเราไปรถแล้วแม่งคิดตังค์ครับ ห่า ช่วยถือของก็ไม่ช่วย กูอ่านเลขทะเบียนออกเว้ยว่าคันไหน ถ้าไม่จ่ายคนขับแม่งไม่ออกรถด้วยนะเออ

ที่แรกที่เราจะไปคือวัดเจ้าแม่กาลี Dakshineswar Kali Temple ครับ อยู่นอกตัวเมือง ซึ่งเท่าที่ดูถนนหนทางในเมือง Kolkata แล้วก็คล้ายๆ บ้านเรา เพียงแต่สกปรกกว่า มั่วๆ กว่า เก่าและโทรมกว่าบ้านเราเยอะ เพื่อนที่เคยไปเมืองนิวเดลีบอกว่าเหมือนกันเลย

ยิ่งใกล้ถึงวัดคนก็ยิ่งเยอะครับ เห็นชาวบ้านเดินกันเพียบเลย ตอนแรก Taxi คันที่ผมนั่งจะจอดปากซอยแล้วให้เดินเอา เพื่อนผมเลยบอกว่ามึงขับตามเพื่อนมึงไปเลย ดูดิเพื่อนมึงขับเข้าวัดไปแล้ว (พูดเป็นภาษาอังกฤษนะ) ถึงได้ขับเข้ามาจอดแถวๆ วัดได้ พบว่าคนเยอะโคตรรรรรรรรรรรรรรรรร สงสัยวันที่ไป (วันที่ 12 เมษา) จะเป็นวันสำคัญอะไรบางอย่างซะแล้ว


คนมหาศาลครับ


แว๊บแรกที่ผมยกกล้องขึ้นมา พี่โบกมือยิ้มให้เลยครับ
Continue reading “สะพายกล้องเที่ยวสิกขิม #1: นมัสเต Kolkata” →