สะพายกล้องเที่ยวฮ่องกง #3.5: บ๊ายบายฮ่องกง

ต่อจากตอนที่แล้ว พอพวกผมกลับมาจากกระเช้าหนองปิง ก็เดินซื้อของกันครั้งสุดท้ายที่ห้าง Citygate ครับ รอบนี้ผมนึกไงไม่รู้ลองเดินไปหลังห้างดูว่ามีอะไร ก็ไปเจอทางเดินที่เข้าไปในหมู่บ้านของชาวบ้านแถวนี้ เห็นร้านขายของชำ เห็นชาวบ้านเดินมาออกกำลังกาย ก็ดูแล้วแถวนี้น่าอยู่ดีแม้จะไกลจากเขตหลักๆ ของฮ่องกงมาก

หลังจากเดินซื้อของทั้งของตัวเอง ซึ่งก็หาซื้อไม่ค่อยได้เพราะไอ้ที่อยากได้ลดแล้วยังรู้สึกว่าแพงอยู่ดี ส่วนตัวห้าง Citygate ผมรู้สึกว่ามันใหญ่ขึ้น ร้านก็เยอะขึ้นนะ

ผมและเพื่อนก็ไปกินข้าวเย็นกันที่ Food Republic ครับ รอบนี้มีรู้สึกว่าร้านอาหารนานาชาติจะเยอะขึ้นมาก ไอ้ผมอยากกินอาหารจีนพวกข้าวหมูแดงหรือเป็ดอะไรงี้มื้อสุดท้ายก็ดันไม่มีซะงั้น -*- คนเยอะทุกร้านเลยครับ สุดท้ายก็ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลามาแทน ดูจีนที่สุดล่ะ (ร้านนี้ขายโจ๊กด้วย)

กินเสร็จก็ไปเอากระเป๋าใน Locker (มีจัดกระเป๋าใหม่บ้างเล็กน้อย) แล้วก็นั่งรถเมล์ไปสนามบินครับ ตอนแรกเพื่อนจะสั่ง MTR ย้อนไปนั่ง Airport express แต่ผมบอกว่าไปรถเมล์ดีกว่า เร็วกว่า ถูกกว่ากันเยอะ ซึ่งก็จริงเพราะใช้เวลาแค่ 10 นาทีเองก็ถึงสนามบินแล้ว


หือ ทุเรียน

พอถึงสนามบินก็ต้องลงไปแลกคืนบัตร Octopus ที่ชั้น 1 ครับ ส่วน counter สายการบิน Hong kong Airline นี่อยู่ไกลมากกก พวกผมไป check in, โหลดกระเป๋าแล้วก็เดินเล่นล่ะ สนามบินที่นี่ใหญ่โคตรๆ ครับ ข้างในมีร้านอาหารเยอะมาก

ส่วน Duty free ที่นี่อลังการมากครับ มีกระจายหลายๆ gate รวมกันแล้วใหญ่ยังกับห้าง ผมเดินดูๆๆ ซื้อของฝากอะไรนิดหน่อย (เน้นเดินดูเป็นหลักเพราะมีเยอะมากกกก) พอห้าทุ่มเขาก็เริ่มปิด duty free ละครับ เพราะตามเวลาเขาปิดเที่ยงคืน พอ duty free ปิดปุ๊บพวกผมก็ไม่มีที่เดินเล่นล่ะ ต้องมาแหง่วรอที่หน้า gate แทน ระหว่างรอก็เล่นเนต free wifi สนามบินครับ ไม่ต้องลงทะเบียนอะไรเลยด้วย ดีจัง


Gate แม่งก็โคตรไกลลล เดินหลงกับเพื่อนเป็นชั่วโมงเลยกว่าจะเจอกัน

สุดท้าย Flight แม่งก็ delay ครับ พอได้ขึ้นเครื่องนี่ขากลับทัวร์จีนเพียบเลย พวกสาวๆ วัยรุ่ยจีนก็แหล่มดีอยู่หรอก แต่ว่าแม่งโคตรวุ่นวายทั้งลำเลยครับ ตั้งแต่ก่อนเครื่องจะขึ้น เครื่องขึ้นยันเครื่องลงนี่เสียงดังมากก เดินไปเดินมาตอนเขาห้ามให้เดิน เล่นเกมเสียงดังอีก

อาหารบนเครื่องขากลับก็มีนะครับ เป็นขนมปัง 1 ชิ้น หอมดี ใหญ่ด้วย อร่อยกว่าที่คิด

หลังจากทรมานทรกรรมกับทัวร์จีนในที่สุดผมก็หลับลง กว่าจะกลับถึงไทยก็เกือบๆ ตีสามครับ กว่าจะเอาของอะไรก็ตีสามกว่า แล้วก็นั่ง taxi สนามบินถึงบ้านโดยสวัสดิภาพครับ (แม้จะเสียวๆ เหมือนรถมันจะหลับในก็ตาม)

สรุปทริปนี้ก็เป็นทริปที่สนุกดีครับ ได้กินอาหารอร่อยๆ เพียบ ได้ไป sky100 ที่อยากไป (แม้จะไปผิดเวลา) ข้อเสียอย่างเดียวของทริปนี้ก็คือเป็นทริปเน้นกินตามที่ list ไว้จนทำให้พลาดหลายๆ ร้านที่น่าสนใจที่มีมากมายอยู่เต็มไปหมดซะงั้น -*- สำหรับผมแล้วฮ่องกงยังเป็นประเทศที่เที่ยวง่ายและถ่ายรูปสนุกเช่นเคยครับ

Interstellar

เมื่อวานผมไปดู Interstellar (ชื่อไทย ทะยานดาวกู้โลก) มาครับ ก็จัด IMAX ให้มันเต็มๆ ที่ไปเลย เป็นหนังที่คนดูเต็มโรงแม้จะไปแถวเกือบล่างสุดที่ต้องแหงนคอดูก็ตาม

Interstellar เล่าเรื่องราวของโลกในอนาคตที่ผืนดินไม่อาจปลูกพืชได้อีกต่อไปแถมยังมีพายุฝุ่นถล่มเป็นระยะๆ พระเอกของเราต้องจากครอบครัวเพื่อเข้าร่วมภารกิจกอบกู้มนุษยชาติด้วยการขับยานอวกาศทะลุผ่านรูหนอนไปสำรวจดาวอื่นในอีกกาแลคซึ่นึงที่มีความเป็นไปได้ว่ามนุษย์จะอาศัยอยู่ได้ แต่ว่าเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับโลกมาหาครอบครัวอีกรึเปล่า

Interstellar Poster

สิ่งที่รู้สึกหลังจากดู Interstellar จบคือหนังสนุกมากกกกกกกกกกกก สะกดเราให้อึ้ง ทึ่ง มึน งง เหวอแดก ซาบซึ้งได้ตลอดทั้งเรื่องเลย ภาพและเสียงบน IMAX นี่อลังการ โหญ่โต เต็มตา สะใจมากจริงๆ โดยเฉพาะฉากในอวกาศและบนดาวอื่นทั้งหลาย ดนตรีในเรื่องก็ทำดีครับทั้งฉากกดดัน ฉากความหวังนี่บิ้วสุดๆ (ฉากอวกาศเงียบๆ แบบ Gravity นี่ได้อารมณ์มาก) นักแสดงทุกคนก็เล่นดีมาก Anne Hathaway โคตรพ่อโคตรแม่สวย เจ้าหุ่นที่ชื่อ TARS ก็กวนดีมาก ยิงมุขแต่ละทีฮากันทั้งโรงเลย

แต่ตัวหนังเองจะเรียกว่าสมบูรณ์แบบก็คงไม่ได้ครับ คือมีอะไรที่เหมือนกับข้ามแบบลวกๆ ไป งงๆ ไม่มีคำอธิบายอยู่เยอะมาก แต่โดยรวมหนังก็ยังดูสนุก ลุ้นโคตรๆ และทำให้เราอินกับความรู้สึกของตัวละครในเนื้อเรื่องตั้งแต่ต้นยันจบเรื่องครับ คือส่วนตัวผมก็ไม่ได้อะไรมากกับความไม่สมจริงทางวิทยาศาสตร์ของบทสักเท่าไหร่ (ก็มันหนังนี่หว่า) ดูสนุกอยู่ก็พอแล้ว

สรุป หนังคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่ลงทุนไปดู (และจอง) IMAX ครับ

ป.ล. แนะนำให้อ่าน วิทยาศาสตร์กับ Interstellar [Spoil] และ What Interstellar Got Right and Wrong About Science ครับ
Continue reading “Interstellar”