Software Security ในมุมมองของ Enterprise

วันนี้มีดราม่าเรื่อง AppServ ที่เกี่ยวกับความ outdate ของ component ใน AppServ

ความเห็นของเพื่อนผม (สาย IT) ส่วนใหญ่จะเห็นว่าเจ้า AppServ นี่มันไม่ดีตรงมันยังใช้พวก php รุ่นเก่าที่ end of life ไปชาติกว่าแล้ว ซึ่งเจ้า version นั้นอุดมไปด้วยบั๊กแถมยังเต็มไปด้วยช่องโหว่ (ที่แก้ในรุ่นใหม่แล้ว) อีกเพียบอีกต่างหาก ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยกับเพื่อนๆ ของผมนะ

แต่จากประสบการณ์ของการทำงานบริษัทระดับ enterprise (ทั้ง บ ที่ผมทำงานและลูกค้า) มา 10 ปี ผมพบว่าสำหรับบริษัทระดับ enterprise นั้น พวกเขารู้สึกว่าความเสี่ยงในการ upgrade version ของ software นั้นสูงกว่าความเสี่ยงที่จะเจอช่องโหว่ทาง security หรือบั๊กต่างๆ

เหตุผลส่วนใหญ่ (ที่ได้ยินลูกค้าบอกมา) คือการ upgrade software เนี่ย นั่นหมายถึงเขาจะต้องรัน test ใหม่หมดซึ่งอาจจะกินเวลาเกิน 1 ปี แถมยังต้องเสี่ยงว่า upgrade จุดนึงแล้วยังจะต้อง upgrade อย่างอื่นที่มันต่อกันอยู่อีกรึเปล่า ยิ่งถ้าเป็นอะไรที่ต้อง up ฝั่ง client ด้วยยิ่งนรกใหญ่ครับ เขาไม่ทำเด็ดขาด

ทางที่พวกเขาเลือกส่วนใหญ่คือการเลือกซื้ออย่างอื่นมากันช่องโหว่นั้นไม่ว่าจะเป็น software หรือ hardware ต่างๆ ถ้ายังไม่ได้ก็ “บีบ” vendor ให้แก้ปัญหาใน version เก่าๆ นั้นไปนั่นแหละ เพราะมันเป็นสิ่งที่แสดงว่าบริษัทระดับพวกเขานั้นมีเงินและมีอำนาจที่จะแสดงถึงการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการที่ไม่ใช่ upgrade software

สุดท้ายแล้วจริงๆ เหตุผลนั้นอาจจะไม่ได้เรื่องเหี้ยๆ ข้างบนนี้หรอก พวก enterprise อาจจะมีความสุขกับการใช้ software version โบราณ (legacy) ก็เป็นได้ เพราะมันคือสิ่งที่ยืนยันว่าพวกเขาคือ enterprise ไม่ใช่บ้าใช้ software ver ใหม่ๆ เหมือน startup นั่นเอง

BoA: Who Are You (Feat. 개코)

เพลงน่ารักๆ mv ฮาๆ นางเอก mv น่ารักโฮกกกกกกกกกกกกกก เสียง BoA แหล่มมากมายยยยยยยยยย

ป.ล. ตัวเพลงกับ mv ให้อารมณ์เพลง A Midsummer Night’s Sweetness เลยแฮะ

The Age of Adaline

TL;DR หนังรักฟิลกู๊ด นางเอกสวยและมีสเน่ห์มว๊ากกก

The Age of Adaline เป็นเรื่องราวของ Adaline หญิงสาวที่ประสบอุบัติเหตุในปี 1935 แล้วทำให้เธอไม่แก่ขึ้นเลยตั้งแต่วันนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา เธอจึงต้องทิ้งทุกอย่างรวมถึงลูกสาวของเธอไปใช้ชีวิตใหม่ในแต่ละที่ทุกๆ 10 ปีแล้วก็ย้ายเมืองไปเรื่อยเพื่อกันคนสังเกตุได้ว่าเธอไม่แก่ลงเลย แต่เธอก็ดันมาเจอชายหนุ่มที่ทำให้เธอเริ่มเปลี่ยนใจเรื่องการหนีในวันเกิดปีที่ 107 ปีของเธอครับ

ส่วนตัวแล้วหนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังรักโรเแมนติคที่ดูแล้วฟิลกู๊ดเรื่องนึงครับ พระเอกหล่อ นางเอกสวย, มีสเน่ห์และการแสดงดูมีพลังมากๆ แถมเราจะของแถมเป็นได้ดู Han Solo ก่อน Star Wars: The Force Awakens จะฉายอีกต่างหาก

ข้อเสียคือหนังมันก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากข้างบนนี้อ่ะครับ คือรู้สึกว่าถ้าหนังมันดาร์คกว่านี้อีกนิด ดราม่าอีกหน่อยเพื่อให้ปม “ความโศกเศร้าของการเป็นอมตะ” มันโดดเด่นขึ้นกว่านี้มันจะแหล่มมากเลย แต่หนังมันก็ไม่ได้ไปถึงจุดนั้น ความรักระหว่างพระเอกและนางเอกก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าครั้งนี้มันต่างจากครั้งก่อนๆ ที่เธอจำใจหนีมายังไง คิดว่าเป็นหนังที่ดูครั้งเดียวก็พอแล้วล่ะ

ป.ล. ผมกับเพื่อนอีกคนคิดตรงกันว่าเห็น plot ชีวิตอมตะแล้วมีสายฟ้ามาเกี่ยวนี่นึกถึงหนังเรื่อง Highlander เลย