โทษใครไม่ได้

เดือนที่แล้วผมได้รางวัลพิเศษที่ office เป็นเงินจำนวนประมาณ 7950 บาท

ที่นี่ระบบการจ่ายรางวัลพิเศษนั้นจะให้เป็น Gift Voucher เท่านั้น เป็นเงินจำนวนเต็ม 0 ด้วย ซึ่งวิิธีแก้ไขปัญหาคือแลก Gift Voucher ไปแบบให้เงินรางวัลเหลือ หรืออีกวิธีคือจ่ายค่าบัตรเครดิตเพิ่มส่วนต่างแล้วแลก voucher เป็นเต็มๆ 8000 ไปซะ ซึ่งแน่นอนว่าผมเลือกวิธีหลัง

แต่ผมลืมใส่ award id และผมไม่รู้ตัว

ด้วยความดีใจ ผมตามแต่ voucher จะมาถึงรึยัง ไม่ได้ดูยอด balance ที่มันจะหักบัตรเครดิตว่ามันหักไป 8000 นะ (ซึ่งต้อง convert เป็นเงินยูโรอีก) ใช้เวลาประมาณ 10 วันก็ได้ voucher แล้ว ดีใจมาก

วันนี้ผมเข้าไป internet banking เพื่อทำธุรกรรมบางอย่างแล้วนึกไงไม่รู้ กดเข้าไปดูยอดบัตรเครดิต ปรากฏว่าเจอไป 8500 บาท!!!

หลังจากงงอยู่พักใหญ่ๆ ก็ลองเข้าไประบบจ่ายรางวัลพิเศษดูอีกที พบว่าผมลืมใส่ award id!! ไอ้สั่ง voucher รอบที่แล้วกลายเป็นผมซื้อ voucher ล้วนๆ 8000 บาท ซึ่งแปลงค่าเงินแล้วกลายเป็น 8500 กลายเป็นผมขาดทุน 500 บาท!!!

ตอนนี้ voucher ก็มาแล้ว ผมคง cancel อะไรไม่ได้ ก็ได้แต่ไปสั่ง voucher มาใหม่ คราวนี้ดูละเอียดว่าใส่ award id แล้วก็ต้องจ่ายเพิ่ม 50 บาท แล้วก็จะกลายเป็นมี voucher เซ็นทรัล 500 บาทอยู่ 32 ใบ….

โทษใครไม่ได้เลย ต้องโทษตัวเองคนเดียวที่ไม่ดูให้ดีตอนกรอกและตอนดูใบ confirm

ก็ต้องรับกรรมของความประมาทของตัวเองไป

กู เป็น API Support

แนะนำให้อ่านกู เป็น Support ก่อนนะ

ผมเคยเขียน blog เรื่องชีวิตทำงานนานแล้ว (link ข้างบนนั่นแหละ) ว่าผมไม่ได้หากินกับการเขียน code เพราะเป็น support แต่สุดท้ายยังไงๆ ผมก็หนีไม่พ้น code อยู่ดี เพราะสิ่งที่ผม support คือ api -*-

การ support api นั้นความรู้ที่จะต้องมีต่างจากการ support product อื่นๆ อย่างพวกสาย end user support หรือ server support ก็คือ

  • แน่นอนว่าต้องเขียนโปรแกรมเป็น โดยเฉพาะภาษาของ api ที่เรา support เราต้องเขียนโปรแกรมเรียกใช้ api ที่เรา support ได้
  • ต้องอ่าน code ของ dev-ลูกค้า ที่มาเรียกใช้ api เราได้
  • ต้องอ่าน code example ของ api เราที่ส่งออกไปให้ dev-ลูกค้า อ่านได้
  • ต้อง debug code ไม่ว่าจะของลูกค้าหรือ example เราได้
  • ในกรณีที่เข้าถึง code api ที่เรา support ได้ ควรจะอ่าน code พอเข้าใจ/ไล่ flow/debug/build diagnostic binary ได้ เพราะว่า No matter what the documentation says, the source code is the ultimate truth

จะเห็นว่า skill ด้านบนมันก็ไม่ต่างจาก dev เท่าไหร่ หลักๆ คือต้องเขียนโปรแกรมเรียกใช้ api เราได้ (ผมใช้คำว่าเขียนได้ คือไม่จำเป็นต้องลึกมาก แต่ยิ่งรู้ลึกๆ ยิ่งดี) ,อ่าน source code ออก , อ่าน source code ชาวบ้านออก (ประสบการณ์การเป็น outsource และการเป็น dev ใน support phase ช่วยผมได้เยอะมาก) debug เป็น ซึ่งการฝึกฝนการเป็น support api ก็คล้ายๆ กับการหัดเป็น dev คือหัดเขียนโปรแกรม, หัดอ่าน code, หัดอ่าน document , ลองมันเข้าไป สงสัยอะไร ติดอะไรก็ไปถาม dev

อ่านดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ปัญหาหลักๆ ก็คือคนมาเป็น support เพราะไม่อยากเขียนโปรแกรมแล้ว …. คือไม่อยากเขียนโปรแกรมแล้วแต่ยังอยากอยู่สาย IT อยู่ คือกะจะขึ้นสายบริหารก็กะว่ามาเป็น support จะได้ management มากขึ้น -*- เราจึงมี support ที่เน้นการ managment ปัญหาให้พ้นๆ ตัว ไม่ก็โยนงานไปที่ dev เลย ดีหน่อยก็ reproduce ได้แล้วก็ส่งให้ dev ต่อโดยที่ไม่ลองหาทางแก้ไขปัญหาเองเลย

ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงการ support api เพราะส่วนใหญ่ไม่ยุ่งกับ code แล้ว skill ด้านบนเกือบทุกอย่างนี่ตัดทิ้งไปได้เลย ให้หัด support api ก็ไม่อยากจะอ่าน code, ไม่ลองเล่น example, ไม่คิดจะขวนขวายอะไร รอให้คนที่เป็นอยู่แล้วทำ powerpoint มาสอนให้เขียนโปรแกรมเป็น ให้อ่านโปรแกรมออก

เจริญล่ะมึงเอ๊ย

ป.ล. ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจ require.js ที่ api ผมเริ่มเปลี่ยนมาใช้ แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือผ่านการอ่านและลองเล่นมาแล้ว ให้ตายไงก็ไม่เข้าใจมัน (คิดว่าตัวเองยังไม่เข้าใจ JavaScript ดีพอ)

Bakudanya Ramen

Update 2021 ร้านปิดไปนานแล้วจ้า

Bakudanya Ramen เป็นร้านราเมงที่ซ่อนตัวอยู่
ในซอกหลืบของชั้น 1 เซ็นทรัลลาดพร้าว มันอยู่ใกล้ๆ After you แต่ด้วยเหตุผลที่มันออกไปทางซอกๆ โดน After you บดบัง รวมไปถึงร้านดังๆ ที่ติดๆ กันอย่างพวก Zen, MK อะไรพวกนี้ มันเลยไม่ค่อยมีคนเข้า ผมเองก็เล็งๆ มานาน ก็ได้โอกาสไปกินวันก่อนนี่เอง

ร้านนี้คนน้อย (มากก) ราเมงได้เร็วดี พนักงานบริการโอเค


ราเมงผัก (มั้ง)

รสชาติเข้มข้นดีมากครับ เส้นเหนียวดี ได้เยอะมากกก กินกันจุกเลย ปริมาณพอๆ กับ Ramen Tei แต่ราคาสูงกว่า


บรรยากาศในร้าน Note II ถ่ายรูปในที่แสงน้อยได้กากแท้

สรุป: รสชาติดี อร่อย ได้เยอะ ราคาแพง มี service charge อีก (ไม่รู้มันบริการพิเศษยังไง) นานๆ ทีกินก็โอเคครับ ^^

ป.ล. ทุกภาพถ่ายด้วย Galaxy Note II แล้วแต่งด้วย Photoshop Element 7 ครับ