JavaScript check null

อาทิตย์ที่ผ่านมาเพื่อนผมในทีมได้รับ support case ว่า JavaScript API ที่ support อยู่ไม่รองรับค่า null ที่ server โผล่มา คือพอ server ส่ง null ลงมาเป็นค่าใน json แบบนี้

{"data":null}

แล้วที่ browser จะเจ๊งเลย แล้วโยน error TypeError: is null ทำนองนี้ขึ้นมา

พอลองตรวจสอบดูพบว่าปกติ server ถ้าข้อมูลมีค่ามันจะส่งลงมาเป็น object ซ้อนอีกทีแบบนี้

{"data":{"a":1,"h":"FFFFF"}}

พอลองดู code JavaScript ที่ใช้ดึงค่า จะ check ว่าเป็น object หรือไม่ ถ้าใช่ก็ดึงค่า propery a หรือ h ออกมาใช้งาน ทำนองนี้

function process_data(data){
	if(typeof data ==="object"){
		console.log('a='+a.a+',h='+a.h);
	}
}

code มันก็ดูเหมือนจะได้อ่ะนะ แต่พอ check typeof refference ดูก็พบว่า typeof จะ return ผลการตรวจค่า null ออกมาเป็น “object” เสมอ พอ server ส่ง null มาเลยไม่รอด ไป access key ที่ไม่มีจริงก็เลยเจ๊งกันไป ซึ่งผมเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่า typeof มันใช้ตรวจค่า null ไม่ได้ เพราะปกติใช้แต่ if check เอา – -”

เลยลองดูง่ายๆ บน JavaScript Console (เซ็งตรงมันต้องเขียน line เดียวนี่แหละ)

var nn=null;
if(typeof nn==='object'){
	console.log('object');
}else{
	console.log('else');
} 
//print 'object'
if(nn){
	console.log('value');
}else{
	console.log('else');
} 
//print 'else'

ก็เลยได้รู้ว่า typeof มันใช้ check null ไม่ได้ (แต่ check undefined ได้นะ)

ไหว้พระ 9 วัด + 3 ศาล #4

หลังจากกิน Pizza ลันตากันจนอิ่มหนานสำราญ (เข้าขั้นจุก) ก็เดินไปไหว้พระที่วัดชนะสงคราม ต่อ ก็เดินเข้าทางหลังวัดเลยครับ ง่ายดี

แล้วก็เดินฝ่าอากาศร้อนๆ ไปวัดวัดบวร ต่อ วันที่ไปมีงานอุปสมบทพอดี เลยไม่ได้เข้าไปไหว้พระในอุโบสถ แต่ก็ได้ภาพงานบวชแบบที่ไม่เคยถ่ายมาเหมือนกัน

ไหว้พระที่นี่สักพัก เพื่อนก็ขอแยกไป 2 คนเพื่อไปทำงานต่อ พวกผมที่เหลือเลยนั่ง Taxi ไปศาลเจ้าพ่อเสือเพื่อกะเดินไปไปวัดสุทัศน์ รถจอดใกล้ๆ มาถึงหน้าศาลเจ้าพ่อเสือ คนเยอะมากจนไม่ได้เข้าไป

เสร็จแล้วมีเพื่อนบอกว่าร้านขายลูกชิ้นลูกสาวสวยอยู่แถวนี้นี่หว่า แต่มันไม่ยอมไปซะงั้น – -” เลยไปวัดสุทัศน์ต่อ
Continue reading “ไหว้พระ 9 วัด + 3 ศาล #4”

สรุปทริป อินเดีย-สิกขิม-ดาร์จีลิง

ผมหนีร้อนช่วงสงกรานต์ไปเที่ยวรัฐ Sikkim ของประเทศอินเดีย มาครับ เป็นทริป backpack ที่ไปยาวนานที่สุดที่เคยไปคือ 10 วันตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน – 21 เมษายน ไปกับเพื่อนๆ 7 คนด้วยกัน (รู้จักอยู่ 2 อีก 4 เพื่อนใหม่)

  • วันที่ 11 เมษายน:
    – ออกเดินทางไปอินเดียโดยสายการบิน indigo airline
  • วันที่ 12 เมษายน:
    – ถึงเมือง Kolkata ตอนที่ 4 แล้วเที่ยวเมือง Kolkata ไปเที่ยว Dakshineswar Kali Temple, Ramakrishna Math
    – บินต่อไปเมือง Bagdogra
    – เช่ารถนั่งเข้าไปรัฐ Sikkim ไปเมือง เมืองหลวงของรัฐ Sikkim
  • วันที่ 13 เมษายน:
    – เช่าทัวร์ 1 day trip เที่ยวในเมือง Gangtok ไปหลายที่มาก

  • วันที่ 14 เมษายน:
    – เริ่มต้น trip North Sikkim 3 วัน 2 คืน
    – ออกเดินทางนั่งรถไปเมือง Lachen
  • วันที่ 15 เมษายน:
    – เที่ยว Chopta_Valley
    – ออกเดินทางนั่งรถไปเมือง Lachung
  • วันที่ 16 เมษายน:
    – เที่ยว Zero Point, Yumthang
    – กลับ Gangtok ถึงดึกมาก
  • วันที่ 17 เมษายน:
    – อดไปทะเลสาปชางกู่ เพราะถนนปิด
    – ซื้อทริป 3 วัน 2 คืนจาก Gangtok ไปเมือง Namchi, Pelling แล้วจบที่เมือง Darjeeling แทน
    – นั่งรถไปเมือง Namchi
  • วันที่ 18 เมษายน:
    – ไป Siddhesvara Dham, Samdruptse
    – ไป Pelling
    – แวะ Buddha Park of Ravangla
  • วันที่ 19 เมษายน:
    – ตื่นเช้ามาดูเทือกเขา Kanchenjunga ยอดเขาอันดับ 3 ของโลกจากโรงแรม งามแท้ๆ
    – ไปเที่ยวน้ำตก, rock garden, สระศักดิ์สิทธิ์ Khecheopalri Lake และ Rabdentse Ruins
    – บึ่งไปเมือง Darjeeling
  • วันที่ 20 เมษายน:
    – เริ่ม 1 Day Tour รอบเช้า ไปชมวิวที่ Tiger Hill, วัด Samten Choling Monastery และ Batasia Loop
    – จองตั๋ว Toy Train ไม่ทัน
    – เที่ยว 1 Day Tour รอบบ่าย ไปเจดีย์สันติภาพของญี่ปุ่น, สวนสัตว์และ HMI Museum, ไปขึ้น Ropeway ชมวิว และสุดท้ายศูนย์อพยพผู้ลี้ภัยชาวทิเบต
  • วันที่ 21 เมษายน:
    – บึ่งไปสนามบิน Bagdogra แต่เช้า ขึ้นเครื่องตอน 11 โมงไปถึง Kolkata ตอนบ่ายๆ
    – อากาศร้อนจนเพื่อนบางส่วนขี้เกียจออกไปเที่ยวเมือง ขอรออยู่สนามบิน เลยฝากกระเป๋าไว้
    – นั่ง Taxi ไปสถานีรถไฟใต้ดิน Dum Dum แล้วนั่งต่อไป India Museum
    – กินข้าวแล้วไปเดิน New Market แล้วไปดู Victoria Memorial
    – นั่ง Taxi ฝ่ารถติดไปสนามบิน แล้วนั่งเครื่องบินกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

รัฐสิกขิมนั้นอยู่ด้านบนๆ ขวาของอินเดีย ติดกับเนปาล, ทิเบต, จีน และภูฏาน แถมยังติดกับเทือกเขาหิมาลัย ลักษณะพื้นที่จึงมีแต่ภูเขา เกือบจะไม่มีที่ราบเลย บ้านเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวจะเป็นแนวๆ ตามเชิงเขา ธรรมชาติ ภูเขา หนาวๆ อากาศเย็นๆ ถึงหนาวโคตรพ่อโคตรแม่ การเดินทางจะเป็นนั่งรถขึ้นเขา ลงเขาเสียส่วนใหญ่ หลายๆ ที่ไปก็สูงประมาณ 3,000 – 5,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งมีโอกาสจะเป็นโรคแพ้ความสูง (AMS) ได้ ทางบนเขาก็มีทั้งลาดยางดีๆ ผสมกับทางที่กำลังทำอยู่ ส่วนหมู่บ้านเล็กๆ มีกระจายให้เห็นทางเชิงเขามากมาย


Continue reading “สรุปทริป อินเดีย-สิกขิม-ดาร์จีลิง”