Code สวย

เมื่ออาทิตย์ก่อนหน้าโน๊นพี่ roof ตั้งคำถามใน fb ว่า ตั้งแต่ทำงานมามีที่ทำงานที่ไหนให้ความสำคัญกับคำว่า “โค้ดสวย” บ้างครับ แม้ผมจะตอบกวนตีนไปว่าคนเขียน code สวยสำคัญกว่า แต่ตัวคำถามก็น่าสนใจจนต้องมาย้อนนึกคำตอบอยู่เหมือนกัน

สมัยผมยังทำงานเป็นโปรแแกรมเมอร์บริษัทแรกที่ผมทำ (อย่างน้อยก็ทีมที่ผมอยู่) ไม่มีแนวคิดเรื่อง code สวยครับ คือมีสอน coding convention บ้างว่าตัวแปรควรจะตั้งชื่ออย่างไร ชื่อ database แต่ละ table ควรจะตั้งอย่างไรก่อนเข้าทำ project แค่นั้น

แต่ตอนได้ทำงานจริงๆ ผมและเพื่อนร่วม project ก็ได้เรียนรู้ว่า code แบบไหนที่คนเขียนแล้วด่า (ด่าแรงๆ ก็ด่ายันพ่อคนเขียน code อีกที) แล้วพวกเราก็เรียนรู้ที่จะไม่เขียน code แบบนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ไอ้ที่เราด่าจะเป็นอะไรที่ง่าวสุดๆ แบบเห็นได้ชัด ส่วนไอ้ที่ไม่ควรเขียนแต่เราไม่รู้เนี่ยเราก็นั่งอ่านผ่านๆ ตาทุกวันจนกระทั่งเกิดความเคยชิน ติดนิสัยเขียนแบบนั้นตามไปด้วย ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ยังเกิดตอนผมมาทำบริษัทที่ 2 อยู่ดี

ในบริษัทปัจจุบันที่ผมทำอยู่ ผมไม่ได้เป็นโปรแกรมเมอร์แล้ว (ที่นี่เรียกว่า dev) ผมไม่รู้ว่ามีการเน้นการเขียน code ที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ผมก็รู้ว่าพวกเขามีการทำ code review กันทุกอาทิตย์ ส่วนงานของผมจะเน้นไปที่อ่านและ debug code ที่ตัวเองไม่ได้เขียนเป็นหลัก code ที่ผมมีความสุขที่ได้ทำงานด้วยคือ code ที่ผมเห็นแล้วรู้ทันทีว่ามันทำอะไรโดยไม่ต้องอ่าน comment หรือ debug ดู และถ้า code นั้นผมเห็นแล้วถึงกับร้องว่าเหยด คิดได้ยังไงจะยิ่งฟินสุดๆ ซึ่งก็พอจะมี dev ที่เป็นเพื่อนผมอยู่ 2-3 คนที่เขียนได้ประมาณนี้แล้วก็มีหลายๆ ครั้งที่ส่วนนั้นมันเจ๋งจนผมจำได้ว่าเวลาจะไล่อะไรก็ไปเริ่มไล่ในจุดนั้นแหละ แต่ไอ้ code พวกนั้นก็ไม่ได้รับรองว่าตัวมันทำงานจริงๆ มันจะช้าจะเร็วอย่างไร หรือนานๆ ไปมันจะมี bug ไหม ควร refactor อีกรึเปล่า (เพราะไม่ใช่หน้าที่ผม – แต่ก็เห็น dev refactor กันอยู่บ้างนานๆ ทีอ่ะนะ)

ทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมาก็คือผมเองก็ไม่รู้ว่า code ที่สวยนั้นเป็นอย่างไร ส่วนตัวชอบ code ที่อ่านง่าย เข้าใจได้เลยโดยไม่ต้องอ่าน comment หรือ debug และ code นั้นจะไม่ควรจะง่าวระดับสุดๆ จนดูแล้วอยากด่านั่นเอง

ป.ล. พี่ roof เขียนถึงการพัฒนา software ที่เน้นเรื่อง performance จนละเลย maintainability ไว้แล้วครับ

300: Rise of an Empire

300: Rise of an Empire เป็นหนังกึ่งๆ ภาคต่อของ 300 ที่ผมไม่คิดว่าจะมีภาคต่อ แต่สุดท้ายมันก็มีจนได้ครับ

300 Rise of an Empire

300: Rise of an Empire นั้นเน้นไปที่ฝั่ง Athens เป็นหลักครับ โดยจะเล่าเรื่องราวก่อนหน้า, คู่ขนานและตอนต่อไปของ 300 คือใน 300 เรารู้ว่าทหาร Sparta ออกไปยันทัพของ จักรพรรดิเซอร์ซีสมหาราชไว้ แต่จริงๆ แล้วในช่วงเวลาเดียวกันทหารเอเธนส์ที่นำทัพโดย Themistocles วีรบุรุษสงคราม มาราธอน ก็ทำสงครามทางน้ำกับผู้บัญชาทัพเรือสาวที่เก่งที่สุดของเปอร์เซียอย่าง Artemisia ไปพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งเรื่องก็เล่าไปถึง Battle of Salamis ซึ่งเป็นชัยชนะที่สำคัญของกรีกที่มีต่อเปอร์เซียครับ

สิ่งที่ดีที่สุดของ Rise of an Empire คือ Eva Green ที่รับบทเป็น Artemisia ครับ เธอสวยมาก ขาวมากกก เหี้ยมมากก จิตมากก ทุกฉากที่เธอโผล่นี่สะกดทุกสายตาเลย มีพลังๆ สุด

ส่วนข้อเสียก็คือทุกอย่างที่ไม่ใช่ Eva Green ครับ ฉาก action เลือดสาดที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่ 300 ก็ซ้ำๆ กับของเดิม – -“, six pack ก็น้อยกว่า 300 (ในเรื่องบอกว่าเป็นชาวนา ชาวประมงโดนเกณฑ์มาเป็นทหาร), เนื้อเรื่องที่เชื่อมกับ 300 แบบไม่เนียนชนิดต่อกันไม่ติดเลย แถมที่เลวร้ายที่สุดคือการตัดฉากบางฉากออกไปแล้วยังตัดแบบไม่เนียนให้รู้มีการตัด ดูแล้วรู้สึกสะดุดสุดๆ ครับ

ส่วนตัวผมว่า 300 ดีกว่าเยอะครับ คือสเกลมันเล็กๆ มันเล่าเรื่องได้สนุก แต่อันนี้สเกลมันใหญ่ขึ้นแต่เล่าเรื่องได้แย่กว่าเดิมมันก็เลยดูไม่สนุกเท่าไหร่ (ยกเว้น Eva Green)

สรุปแล้วผมไม่ชอบ Rise of an Empire ครับ – -” นี่ดีนะที่ไม่ดูแบบ 3D ไม่งั้นคงเสียดายตังค์มากกว่านี้แน่นอน

Honmono Sushi @Central Chidlom

หลายวันก่อนไปกินร้าน Honmono Sushi ที่สาขาเซ็นทรัลชิดลมมาครับ ได้ยินชื่อร้านนี้มานานแต่ไม่เคยจัดเลยสักที ไม่รู้ด้วยว่ามีที่เซ็นทริลชิดชม ที่ไปกินสาขานี้เพราะมีน้องที่อยู่แถวๆ นั้นชวนไปกิน บอกว่ามีลดราคาอยู่ครับ

ตัวร้านอยู่ชั้นเดียวกับชั้นที่มีทางเชื่อม BTS เลย เดินเข้ามาด้านในๆ หน่อยก็เจอครับ พอสั่งปุ๊บจะมีของทานเล่นมาให้กินโต๊ะละจานเลย


ปลากรอบอร่อยดีนะ


อันนี้ข้าวหน้าปลาแซลม่อน (ย่างครึ่งนึง) ของเพื่อนครับ


ปลาชิ้นหนามากๆ ครับ อันซ้ายสุดคือ Engawa (ครีบปลาตาเดียว)


รูปนี้ของรูปที่ถ่ายจากมือถือเพื่อนมา


อันนี้ของผม ข้าวหน้าปลาดิบรวม รวมทุกอย่างจริงๆ ราคาเต็ม 800 ลดแล้วยังตั้ง 600 แต่ให้เยอะ ปลาเยอะจริงๆ

กินหมดแล้วจะมีของหวานเป็นแคตาลูปให้ครับ อร่อยดี (แต่ก็แค่ชิ้นเดียวอ่ะนะ)

สรุปแล้วร้าน Honmono Sushi ผมว่ามันก็อร่อยดีนะครับ (เห็นสลัดโต๊ะข้างๆ แล้วอยากกินสุดๆ) บริการรวดเร็วดีมาก แต่ราคาโหดใช้ได้เลย เอาเป็นว่านานๆ ทีไปกินก็คุ้มอยู่ครับ